Lifestyle Blog Health

6 ท่าโยคะแก้ออฟฟิศซินโดรม

คุณต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆใช่ไหม? 

คุณต้องนั่งทำงานท่าเดิมๆ ขยับอวัยวะในลักษณะเดิมๆ เป็นเวลานานๆทุกวันใช่ไหม?

คุณมักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง บ่อยครั้งใช่ไหม? 

ถ้าคำตอบคือ “ใช่”  อาการออฟฟิศซินโดรมมาเยือนคุณแล้ว 

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) มักจะมีอาการปวดร้าวลึกๆในกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณคอ ไหล่ สะบัก ซึ่งเป็นจุดกดเจ็บ ศูนย์รวมความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า Myofascial pain Syndrome หรือ อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ที่นอกจากจะก่อให้เกิดการปวดกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆแล้ว อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมาได้ ดังต่อไปนี้ 

  • ปวดท้องส่วนบน รู้สึกไม่สบายท้อง  อึดอัดในท้อง อาหารไม่ย่อย มีอาการท้องอืด คลื่นไส้ เรอ
  • เจ็บหรือปวดลูกสะบ้าใต้เข่า (Patellofemoral pain syndrome) คือ อาการปวดที่ด้านหน้าของหัวเข่าและรอบ ๆ สะบ้า
  • เอ็นอักเสบ (Tendinitis) มีอาการอักเสบของเส้นเอ็น มักจะเป็นบริเวณข้อศอก ฝ่ามือ นิ้ว ต้นขา และอวัยวะส่วนอื่นในร่างกาย 
  • ปวดหลังส่วนล่าง (Lower back pain) รู้สึกปวดหลังที่เกิดจากการที่นั่งในที่ไม่สบาย หรือนั่งในท่าไม่เหมาะสม 
  • นิ้วล็อก เมื่องอหรือขยับนิ้วจะรู้สึกปวดตึงๆ ซึ่งอาจเป็นที่นิ้วใดนิ้วหนึ่ง หรืออาจเกิดขึ้นพร้อมกันหลายนิ้ว ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วนาง 
  • โรคมือชา (Carpal tunnel syndrome) เกิดจากเส้นประสาทที่มือถูกกดทับหรือบีบรัดขณะเคลื่อนไหวข้อมือ จึงทำให้รู้สึกปวดชาที่ข้อมือ ฝ่ามือ และแขน 

ออฟฟิศซินโดรมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่จากการนั่งท่าเดิมๆ หรือการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อม หรืออุปกรณ์ที่ไม่ตอบโจทย์ และอาจจากการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อย่างการนั่งตัวงอ นั่งหลังค่อม ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวซ้ำๆ จนส่งผลต่อกล้ามเนื้อเกิดการตึง หรือความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ทำงานไม่สมดุลกับตัวคนนั่ง เป็นเหตุให้นั่งในท่าที่ผิดๆและไม่สบายนัก แม้แต่ความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงความผิดปกติของร่างกาย และ อุบัติเหตุ ก็สามารถทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้เช่นกัน 

การป้องกันและแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมทำได้หลายวิธี และที่คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และอาจนำไปสู่การเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งคุณสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ 

  • เปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ อาจลุกขึ้นยืน เดินยืดเส้นยืดสาย หรือเปลี่ยนท่านั่งทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อ  
  • ห้ามนั่งขอบเก้าอี้เด็ดขาด ควรนั่งให้เต็มบริเวณเก้าอี้ หรือนั่งพิงพนัก เพื่อป้องกันความเมื่อยล้าจากการนั่งที่ผิดท่าและอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะการก้มดูโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ส่งผลให้บริเวณคอ บ่า ไหล่ และ สะบักตึงมากขึ้น และยังทำให้สายตาเสียอีกด้วย 
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอที่ร่างกายต้องการ หรืออย่างน้อย 7-8 แก้ว / วัน เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่หนืดข้น 
  • ออกกำลังกายหรือบริหารร่างกาย ให้มีความกระฉับกระเฉง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากอาการเจ็บป่วย 

การออกกำลังกายหรือบริหารร่างกายด้วยการเล่นท่าโยคะต่างๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ ช่วยป้องกันและบรรเทากล้ามเนื้อหดตึง เป็นกายบริหารโยคะแก้ออฟฟิศซินโดรมได้อย่างเหมาะสม เรามีท่าโยคะแก้อาการออฟฟิศซินโดรม ที่สามารถนำไปทำตามด้วยตัวเองได้ง่ายๆ และทำได้บ่อยเท่าที่คุณต้องการ 

ท่าเล่นโยคะเบื้องต้นแก้ออฟฟิศซินโดรม

1.ท่าโยคะเด็กหมอบ (Child’s Pose)

  • นั่งบนปลายเท้าทั้งสองข้าง 
  • เหยียดแขนไปด้านหน้าให้สุด
  • ก้มลงจนหลังตึง 
  • ทำค้างไว้ 30 วินาที – 1 นาที 
  • ทำซ้ำอีก 3 เซ็ต

2.โยคะท่าสุนัขเงยหน้า (Upward-Facing Dog)

  • นอนคว่ำลงกับพื้น 
  • เหยียดขาตรงไปด้านหลัง 
  • วางมือทั้งสองข้างลำตัว 
  • งอข้อศอก 
  • ค่อยๆดันช่วงลำตัวขึ้น 
  • แอ่นหลังให้ตึง 
  • ทำค้างไว้ 30 วินาที 
  • ทำซ้ำอีก 3 เซ็ต

3.โยคะท่าสุนัขก้มหน้า  (Downward-Facing Dog) / โยคะท่าก้มตัว

  • คุกเข่าลงกับพื้น 
  • โค้งลำตัวขึ้น 
  • วางมือบนพื้นให้อยู่เหนือช่วงไหล่ 
  • ค่อยๆยกลำตัวและก้นขึ้นพร้อมกัน 
  • พยายามเหยียดหลังให้ได้มากที่สุด 
  • ทำค้างไว้ 30 วินาที – 1 นาที 
  • ทำซ้ำอีก 3 เซ็ต

4.โยคะท่านกพิราบ (Pigeon Pose) / โยคะกลุ่มท่านั่ง

  • นั่งลงกับพื้น
  • เหยียดขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง แล้วพับขาอีกข้างเข้าหาลำตัว 
  • วางมือข้างลำตัว 
  • ยืดหลังให้ตั้งตรง 
  • ทำค้างไว้ 1 นาที 
  • ทำซ้ำอีก 3 เซ็ต

5. โยคะท่าแมวและท่าวัว (Cat and Cow Pose) / กลุ่มโยคะท่านั่งก้มตัว

  • คุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้น 
  • วางมือลงบนพื้น โดยให้แขนตั้งตรงกับช่วงหัวไหล่
  • แอ่นหลังให้สุด 
  • ค่อยๆเงยหน้าขึ้น
  • ทำค้างไว้ 30 วินาที 
  • ทำซ้ำอีก 3 เซ็ต

6. โยคะท่าตรีโกณ (Triangle Pose) / ท่าโยคะแบบยืน

  • แยกเท้าให้ห่างกันประมาณ 1 เมตร 
  • วางมือขวาลงกับพื้นให้ขนานกับเท้าซ้าย 
  • เหยียดแขนซ้ายตรงชี้ขึ้นฟ้า โดยให้ขนานกับหัวไหล่ 
  • แหงนหน้ามองมือซ้าย 
  • ทำค้างไว้ 30 วินาที – 1 นาที 
  • ทำสลับกับอีกข้างเช่นเดียวกัน 

ทั้ง 6 ท่าโยคะแก้ปวดหลังที่นำมาฝากในบทความนี้ เป็นท่าแก้ออฟฟิศซินโดรมที่ทำตามได้ง่าย และการเล่นท่าโยคะพื้นฐาน สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย คุณจึงทำโยคะยืดเส้นคนเดียวก็ได้ กับคนที่รัก กับคนในครอบครัว หรือกับกลุ่มเพื่อน เป็นการใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกัน และยังมีสุขภาพดีไปด้วยกันอีกด้วย

ถ้าหากคุณสนใจเรื่องไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เรามีบล็อกคอยเป็นเพื่อนคุณเสมอ

You may also like

Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน 

Business Lifestyle

เลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ในเฟซบุ๊กแบบไหนดี 

post-image

เมื่อเฟซบุ๊กให้มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮกบัญชีของผู้ใช้งานตัวจริง โดยทางแอป Facebook เอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเปิดใช้งาน Facebook Protect มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2021 และหากไม่มีการเปิดใช้งานดังกล่าว บัญชีอาจถูกล็อคและเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งหลักใจสำคัญของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นี้ มีให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่า ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูว่าการยืนยัน 2 ชั้น บนเฟสบุคมีแบบไหนบ้าง เรามาทำความเข้าใจเรื่องของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) คืออะไร กันก่อน

การยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ 2FA ย่อมาจาก two-factor authentication คือ ระบบที่ช่วยป้องกันการถูกแฮกบัญชี ด้วยการยืนยันตัวตนถึงการเป็นผู้ใช้บัญชีตัวจริง ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน 2 ปัจจัย โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจะเป็นการกรอกรหัส เมื่อผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง จะต้องใส่รหัสหรือกรอกข้อมูลตอบคำถามให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบและสามารถใช้งานบัญชีได้ โดยปัจจัยการเข้ารหัสชั้นที่สองนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

1.สิ่งที่คุณรู้ (Something you know) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เท่านั้นที่รู้ เช่น usename – password , Pincode  รูปแบบ Pattern บนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมไปถึงรหัสคำตอบจากคำถามลับ

2.สิ่งที่คุณมี (Something you have) สิ่งที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ การได้รับ OTP 

3.สิ่งที่คุณเป็น (Something you are) ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บัญชี เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 

หากมีการตั้ง 2FA และเมื่อโทรศัพท์เราหาย หรือถูกขโมย และอาจมีคนเห็นเราใช้รหัสและจดจำเพื่อจะใช้เครื่องเมื่อเราเผลอ แต่แฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถเข้าใช้บัญชีของเราได้ เพราะคนอื่นจะไม่มีรหัสชั้นที่ 2 และเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะสามารถทำการเข้าถึงบัญชีของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

การยืนยันตัวตนแบบ…

Read More
Lifestyle Business Health

ทริคประหยัดค่าไฟ ทำได้ง่าย เซฟมันนี่ได้ชัวร์ 

post-image

เพราะเราเป็นคนมีค่า … ค่าห้อง ค่ากิน ค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เราทุกคนล้วนเป็นคนมีค่า แล้วแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งเมืองไทยมีความร้อนเป็นทุน และมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นทุกปี จนต้องเปิดแอร์กันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟก็ทะลุเพดานอย่างไม่ปราณีกันเลย เรามีทริคประหยัดค่าไฟแบบง่ายๆ ที่ทำตามแล้ว ค่าไฟลดลง ช่วยเซฟมันนี่ เซฟโลกได้ด้วยนะ 

1. จัดห้องให้โปร่งโล่ง แต่งห้องให้สว่างเข้าไว้ 

เพราะห้องที่ข้าวของไม่รก ของไม่มากจนเกินไป จะทำให้อากาศ มีการหมุนเวียนได้มากขึ้น ห้องก็จะไม่ร้อนเกินไป แอร์ทำงานน้อยลง อาจลองแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ไม่เลวเลยนะ และการแต่งบ้านด้วยสีโทนสว่าง ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน 

2. ทำความสะอาดหลอดไฟ 

การทำความสะอาดหลอดไฟ จะช่วยให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน การที่มีฝุ่นเกาะหลอดไฟ และไปปิดตรงที่ระบายความร้อน จะยิ่งให้หลอดไฟทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ทำงานหนักขึ้นด้วย 

3. ทำความสะอาดตู้เย็นเสมอ 

กำจัดของหมดอายุออกจากตู้เย็น อย่าปล่อยให้ตู้เย็นรก อาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ควรใส่ตู้เย็น ก็ไม่ควรใส่เข้าไป แบบกินไม่หมดก็ยัดเข้าตู้เย็นไว้ก่อน เพราะมันจะทำใ้หตู้เย็นรก กระจายความเย็นได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำงานหนักขึ้น 

4. ซักผ้าและรีดผ้าครั้งละจำนวนมาก 

กรณีที่ใช้เครื่องซักผ้า ควรรวบรวมซักเครื่องต่อครั้งให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการรีดผ้า เพราะการเสียบปลั๊กใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะค่อนข้างกินไฟ จึงแนะนำว่า ซักสัปดาห์ละครั้งละ 1-2 ครั้ง และควรรีดผ้าในจำนวนเยอะ ๆ / ครั้ง 

Business Lifestyle Travel

เที่ยวนครศรีธรรมราช สูดโอโซนเมืองใต้ หรอยจังหู้วว!

post-image

หากพูดถึงเที่ยวภาคใต้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทะเล หรือเมืองท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเมืองใต้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ ทะเล เท่านั้น แต่ยังคงมีความสวยงามทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สถานที่ อาหาร และน้ำใจของผู้คน 

“นครศรีธรรมราช” จังหวัดที่มีฉายาในอดีตว่า เมืองคนดุ แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในอดีต แต่ในความเป็นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เป็นเมืองแห่งภูเขา น้ำตก ลำธาร และฟ้าคราม มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช เพื่อชี้เป้าให้คุณได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศ สถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน แห่งเมืองใต้ … ไม่แน่นะ หากได้ลองไปเที่ยวแล้ว คุณอาจร้องเพลง “โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเล กว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเราๆ” 

ที่เที่ยวในนครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

มาถึงเมืองนครศรีฯ เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี ก็ต้องแวะกราบไหว้สักการะ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ และตราประจำจังหวัดของนครศรีธรรมราชกันก่อน วัดมหาธาตุฯ เป็นวัดอารามหลวง หรือวัดเจดีย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งพระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 

นอกจากเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนครศรีฯแล้ว ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ มียอดเจดีย์หุ้มทองคำแท้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) โดยตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวไว้ว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไม ภายในบริเวณวัดรายล้อมไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ และเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทั้งที่อยู่เมืองใต้แท้ๆ นอกจากนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่งหนึ่ง ที่นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ นั่นคือ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงพื้น แม้ว่าจะแสงอาทิตย์กระทบทางใด ก็จะไม่มีได้เห็นเงาพระธาตุอยู่บนพื้น นับว่าเป็นความน่ามหัศจรรย์ใจ และเป็นที่มาของผู้คนเรียกพระธาตุว่า “พระธาตุไร้เงา”

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมานาน โดยชาวนครศรีธรรมราชจะช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อรวบรวมเงินนำไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนยาวนับพันหลา แล้วร่วมใจจัดขบวนแห่ผ้าขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผ้าที่นำไปขี้นห่มพระบรมธาตุนี้เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (พระบต) นิยมใช้ผ้าสีขาว สีเหลือง และสีแดง…

Read More
Lifestyle Blog Business

คู่เลขมงคลโทรศัพท์: เลขไหนเหมาะกับคุณ?

post-image

รอบๆ ตัวเราล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเลข” ทั้งนั้น ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถ หรือแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ ทุกอย่างสามารถกลายเป็นตัวเลขมงคลได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความเชื่อในศาสตร์ของตัวเลขมานาน และยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูได้จากการหาฤกษ์ยามงานมงคลแทบทุกงาน ก็ยังคงต้องอิงการใช้ตัวเลขเข้ามาประกอบ

คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในด้านของเลขมือถือมงคลกันมากขึ้น ไม่ต่างจากตัวเลขมงคลอื่นๆ และสำหรับใครที่เป็นสายมูเตลูตัวจริง หรือแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการสายมู และกำลังมองหาเลขโทรศัพท์มงคล หรือต้องการเปลี่ยนเบอร์มือเป็นเลขสวยด้วยคู่เลขมงคล เราก็มีเรื่องของเลขมือถือมงคลมาฝากในบทความนี้ แต่ด้วยศาสตร์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มีหลายแขนง เราจึงคัดเลือกของเลขคู่เบอร์มงคล ที่มีแล้วดีใช้แล้วปังในเรื่องใดบ้าง 

แต่ก่อนอื่นเรามาดูการเปรียบเทียบความหมายของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อน 

ความหมายของตัวเลขมงคล

เลข 0 : เชื้อโรค , ไวรัส 

เลข 1 : ผู้นำ , พระอาทิตย์ 

เลข 2 : ผู้หญิง , พระจันทร์ 

เลข 3 : นักรบ , นักสู้ 

เลข 4 : การเจรจา คำพูด 

เลข 5 : สติ , ความยุติธรรม 

เลข 6 : เสน่ห์ , ความรัก 

เลข 7 : ความอดทน 

เลข 8 : ความเล่ห์เหลี่ยม , ยักษ์ 

เลข 9 : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เมื่อเรารู้ความหมายของตัวเลขแต่ละตัวแล้ว ทีนี้เรามาดูเลขคู่มงคลกันบ้าง

คู่เลขมงคล

Lifestyle Business

รู้เฟื่องเรื่องวันตรุษจีนกันหน่อย

post-image

ใกล้ตรุษจีนหรือปีใหม่จีนแล้ว คนจีนและลูกหลานจีนก็จะมีการตระเตรียมงาน จะมีความครึกครื้นที่สุดในคืนก่อนวันตรุษจีน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับลูกหลานคนจีนที่มีการสืบทอดวัฒนธรรมมานาน ย่อมเข้าใจและคุ้นเคยดีกันอยู่แล้ว บทความนี้เราจะมารู้จักและทำความเข้าใจเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ซึ่งเป็นประเทศพี่น้องของไทยเรากันสักหน่อย เพราะเชื่อว่าที่ผ่านมา มีคนไทยหลายๆคนที่ร่วมยินดีและฉลองเทศกาล โดยที่ยังไม่เข้าใจเท่าไรนัก ดังนั้นเราจะมารู้ข้อมูลเกี่ยวกับวันตรุษจีน ตรุษจีนคือวันอะไร ของมงคลตรุษจีนมีอะไรบ้าง ตรุษจีนความสําคัญยังไง ตรุษจีนต้องใส่สีอะไร ตรุษจีน 2565 ไหว้วันไหน เพื่อเตรียมยินดีและร่วมฉลองอย่างเข้าใจถูกต้องกันดีกว่า 

ตรุษจีน ตรุษแปลว่าอะไร

คำว่า “ตรุษ” เป็นคำที่มาจากสันสกฤต มีความหมายว่า ตัดขาด หรือการตัดขาดจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ หรือเทศกาลสิ้นปี เทศกาลรื่นเริงรับปีใหม่ 

ตรุษจีนจันทรคติตามปฎิทินจีนจะตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 

ตรุษจีน 2565 วันที่เท่าไหร่

  • ตรุษจีน 2565 วันจ่าย คือ วันที่ 30 มกราคม 
  • ตรุษจีน 2565 วันไหว้ คือ วันที่ 31 มกราคม 2565 เป็น
  • ตรุษจีนชิวอิก 2565 วันเที่ยว คือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 (วันเที่ยว / วันชิวอิก / วันตรุษจีน”

ตรุษจีนตรงกับวันไหนกันแน่นะ 

ตรุษจีน เป็นวันปีใหม่จีน ซึ่งลูกหลานจีนคนไหนที่ไปทำงานหรือไปอยู่ไกลบ้าน ก็จะรีบกลับไปบ้านเพื่อฉลองปีใหม่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เหมือนปีใหม่ของคนไทย สมาชิกในบ้านจะออกไปซื้อของตรุษจีน เช่น อาหาร ของไหว้บรรพบุรุษ และของขวัญสำหรับแจกจ่ายสมาชิกในบ้านในวันจ่าย จากนั้นจะตระเตรียมของไหว้สำหรับวันไหว้ในวันรุ่งขึ้น และถัดไปอีกวันก็จะเป็นวันตรุษจีนชิวอิกหรือวันปีใหม่จีนนั่นเอง 

ตรุษจีนภาษาอังกฤษจะมีหลายคำที่น่าสนใจ เนื่องจากวัฒนธรรมเอเชียก็ได้รับการสนใจจากชาวต่างชาติอย่างชาวยุโรปและโซนอื่นๆ ถึงขนาดที่มี Vlog ของชาวยุโรปมากมาย ที่เสนอเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเอเชีย อย่างประเทศไทย จีน หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น แม้แต่ประเทศไทยเองก็มีการฉลองเทศกาลของตรุษจีนทั่วประเทศ สำหรับตรุษจีนคําศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่ารู้ ได้แก่ 

  • Chiness New Year : วันตรุษจีน / วันปีใหม่จีน
  • Lunar calendar :…
Read More
Blog Business

ทำไมต้องครีมเกาหลี เมื่อคิดจะสร้างแบรนด์ครีม

post-image

 

เมื่อทำการสำรวจผู้ใช้เครื่องสำอางส่วนใหญ่จะตอบไปในทิศทางเดียวกันคือ “นวัตกรรมและคุณภาพของกระบวนการผลิตระดับสากล” ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เครื่องสำอางและสกินแคร์ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองกันมากขึ้น ทำให้มีหลายๆแบรนด์ที่ผลิตครีมทาหน้าและผลิตภัณฑ์ความงาม ทั้งสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ออกมาจำหน่ายในท้องตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ 

โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียน กระจ่างใส มีสุขภาพดี ด้วยสารสกัดต่างๆที่น่าสนใจ เช่น ไฮยาลูรอนิค คอลลาเจน วิตามินซี กลูตาไธโอน สารสะท้อนแสงuv เป็นต้น นำมาเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตครีมทาผิวด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยผลิตออกมาในรูปแบบของครีมนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งผู้ที่สนใจวงการความงามจะรู้กันดีว่าประเทศเกาหลีเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมเครื่องสำอาง 

โรงงานสร้างแบรนด์ครีมเกาหลีดียังไง?

มีแนวโน้มว่าตลาดผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีจะเติบโตในประเทศไทยได้อีกนาน ด้วยมาตรฐานโรงงานผลิตครีมคุณภาพมีรางวัลรับรองระดับสากล โรงงานทำครีมสร้างแบรนด์ในเกาหลีมักจะมีนวัตกรรมความงามที่แปลกใหม่ พัฒนาส่วนผสมด้วยสารสกัดใหม่ๆอยู่เสมอ สูตรแปลกใหม่ที่เป็นนวัตกรรมความงามที่เราคาดไม่ถึง เช่น นำพิษผึ้งมาช่วยในการบำรุงผิว สครับด้วยรังไหม การทำครีมจากไขมันม้า ครีมจากการสกัดน้ำเลี้ยงจากพืช แผ่นมาส์กหน้าด้วยเลือด ผลิตภัณฑ์บำรุงผมด้วยมายองเนส เป็นต้น ถ้าฟังแล้วอาจดูแปลกๆแต่ทีมวิจัย R&D จากเกาหลีสามารถนำมาใช้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่แก่วงการความงามได้อย่างน่าทึ่ง ถ้าใครที่ชื่นชอบในการสร้างความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์ก็ไม่ควรพลาด เผื่อได้ครองตลาดเป็นเจ้าแรกๆ เพราะการลงมือก่อนได้เปรียบเสมอ

 

นอกจากนี้โรงงานทำเครื่องสำอาง โรงงานผลิตเวชสำอางค์ โรงงานผลิตครีมออแกนิค ของเกาหลีมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยมาก ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี มีความหนืด ความคงตัว ความเข้มข้นของสาร รวมไปถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ผลิตได้รวดเร็วและในปริมาณที่มากพอตามความต้องการของตลาด โดยไม่ต้องหยุดชงักเพราะต้องรอการนำเข้าของส่วนประกอบในการผลิต อย่างบางโรงงานในไทยที่ยังใช้สารและส่วนผสมบางชนิดจากเกาหลี จึงต้องมีการสั่งนำเข้าซึ่งบางครั้งก็ต้องชะลอการผลิตเพราะระบบการขนส่งล่าช้า อีกทั้งไทยยังขาดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ดังนั้นโรงงานผลิตครีมเกาหลีโดยตรงจึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

 

บรรจุภัณฑ์ที่ดูสวยงาม ที่มีทั้งแบบสดใสน่ารักและแบบเรียบหรูแต่ราคาจับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย จะต่างจากเครื่องสำอางแบรนด์ยุโรป ที่เน้นความเรียบหรูและราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งส่วนผสมส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นเรื่องการเติมสารป้องกันแสงแดด เนื่องจากชาวยุโรปมีผิวขาวอยู่แล้ว และนิยมอาบแดดมากกว่าต้องการความขาวสว่าง อีกทั้งเฉดสีเมื่อใช้แล้วก็ไม่กลมกลืนกับผิวคนเอเชีย แต่ส่วนผสมของทางฝั่งเกาหลีจะมีสารประกอบที่ช่วยในการป้องกันแสงแดด สารที่ทำให้ผิวขาวสว่างใส เพราะชาวเอเชียส่วนใหญ่จะมีผิวที่ค่อนข้างเป็นสีแทนหรือน้ำผึ้ง งานครีมเกาหลีจึงตอบโจทย์ความต้องการในตลาดไทยมากกว่านั่นเอง

อีกข้อที่ทำให้ใครส่วนใหญ่เทใจให้กับครีมเกาหลี คือมีการปรับสูตรใหม่ๆให้เข้ากับผิวของคนเอเชีย เป็นสารบำรุงที่กลมกลืนกับสีผิวไม่ดูหลอกตา เป็นธรรมชาติเหมือนไม่แต่งหน้า เช่น ครีมเอเอ ครีมบีบี ครีมซีซี คุชชั่น ที่เป็นได้ทั้งรองพื้นและบำรุงผิวหน้า ให้ใบหน้าเรียบเนียนและไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน ควบคุมความมัน เพราะเอเชียมีสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องแสงแดดแรงกล้า 

 

แม้แต่เครื่องสำอางก็ยังมีหลายลุคให้เลือก ตั้งแต่ everyday look ที่แต่งได้ทุกวัน หรือ party look ที่มีสีสันจัดจ้านให้เลือกได้ในราคาเบาๆ ทำให้ไปทางไหนก็มักจะเห็นช็อปเครื่องสำอางเกาหลีแทบจะทุกที่ และยิ่งถ้าฉลากมีคำว่า Made in…

Read More