Lifestyle Blog

วิธีเลือกทรงแว่นเหมาะกับรูปหน้า ช่วยเสริมบุคลิก

“แว่นตา” นอกจากจะใส่เพื่อช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้มีปัญหาด้านสายตา และเพื่อกันแสงยูวีทำร้ายดวงตาแล้ว ในยุคดิจิทัลแบบปัจจุบัน แว่นตา มีบทบาทและถูกนำมาใช้ประโยชน์หลายด้านมากขึ้น เนื่องจากกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทั้งการทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา การทำงานกับจอโทรศัพท์มากขึ้น การเรียนออนไลน์ ทำให้สายตาคนเราได้รับแสงสีฟ้าแทบจะตลอดเวลา หรือแม้แต่ในแสงแดดที่หลายๆคนอาจคาดไม่ถึง เราจึงเห็นคนยุคปัจจุบันใส่แว่นตากันมากขึ้น ทั้งแว่นสายตา แว่นกันแดด แว่นกรองแสง หรือแว่นแฟชั่น 

แต่สิ่งสำคัญในการเลือกแว่นตา ที่นอกจากจะเลือกให้เหมาะกับค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาว แว่นสายตาเอียง และรูปแบบการใช้งาน อย่างการสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องเผชิญแดดจ้า สวมแว่นกรองแสงสีฟ้าเมื่อต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแว่นตัดแสงเมื่อต้องขับขี่ยานพาหนะ เป็นต้น แต่จะดีกว่าไหม หากการเลือกแว่นตาเข้ากับรูปหน้า จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้มากขึ้น แต่รูปหน้าคนเราแตกต่างกัน อีกทั้งทรงแว่นตาก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วรูปหน้าอย่างเราจะใส่แว่นทรงไหนดี?

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักรูปหน้าของตนเองก่อนว่าเป็นหน้ารูปแบบไหน จะได้เลือกทรงแว่นตาได้เข้ากับเราได้มากที่สุด

1.Oval face ใบหน้ารูปไข่  คือ ใบหน้าที่มีความยาวกว่าความกว้าง หน้าผากกว้างกว่าช่วงกราม มีช่วงกรามและคางโค้งมนและเรียวได้รูปชัดเจน เป็นใบหน้าที่ใฝ่ฝันของสาวหลายๆคนเลยทีเดียว ถ้าถามว่าหน้าทรงไข่ใส่แว่นแบบไหนถึงจะสวย บอกได้เลยว่าแทบจะทุกทรงเลย น่าอิจฉาอะไรขนาดนี้ ไม่ว่าจะทรงหยดน้ำ ทรงนักบิน ทรงเหลี่ยม ทรงกลมต่างๆ สาวใบหน้ารูปไข่ สวมได้หมด เพียงแต่ต้องระวังไม่ให้ขาแว่นตาอยู่ต่ำเกินไป และหลีกเลี่ยงแว่นโอเวอร์ไซส์ เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูยาวมากขึ้นไปอีก

2. Round face ใบหน้ากลม คือใบหน้าที่มีโครงหน้าสั้น แต่มีความสมดุล ความยาวและความกว้างของใบหน้าเท่ากัน บริเวณแก้มมีเนื้อเยอะ กรอบหน้าโค้งมน คนหน้ากลมจึงต้องเน้นแว่นตาทรงที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน อย่างทรงเรขาคณิต ทรงเหลี่ยมต่างๆ หรือทรง Cat-eye เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้มีดูมีมิติขึ้น และกรอบแว่นที่มีลักษณะบาง ทำให้หน้าไม่ดูแคบจนเกินไป และเลี่ยงเด็ดขาดสำหรับคนหน้ากลมคือแว่นทรงกลมทั้งหลาย ไม่ว่าจะขนาดใดก็ตาม เซย์โนว์ใส่เท่านั้น 

3. Heart face ใบหน้ารูปหัวใจ คือ ใบหน้าที่มีเสน่ห์และสวย เริ่มตั้งแต่หน้าผากมีลักษณะคล้ายกับวาดรูปหัวใจ มีไรผมแหลมลงมากลางหน้าผาก หน้าผากกว้างกว่าช่วงคาง ช่วงคางแคบ แต่ก็ยังสามารถเห็นได้ชัดเจน กรอบหน้าดูเข้ารูป หากจะเลือกแว่นให้เหมาะกับโครงหน้ารูปหัวใจ ควรเลือกแว่นทรงกลม แว่นทรงนักบิน แว่นทรงรี แว่นทรงแคทอาย แต่ควรเลี่ยงแว่นทรงเหลี่ยมทั้งหลาย ทั้งแว่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และแว่นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส 

4. Oblong face ใบหน้ารูปยาว คือ ใบหน้าที่คล้ายกับใบหน้ารูปไข่ แต่จะมีความยาวมากกว่า โดยช่วงบริเวณหน้าผากยาว แก้มไม่เยอะ แต่ช่วงแก้มด้านข้างจะดูยาว คางแคบลง มีความกว้างของหน้าผาก-โหนกแก้ม-กราม เท่ากัน  การเลือกแว่นให้เหมาะกับโครงหน้ารูปยาว ควรเป็นแว่นที่มีขนาดใหญ่ แบบโอเวอร์ไซส์ เพื่อช่วยลดความยาวของใบหน้าลง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาทรงกลม แว่นตาทรงรี แว่นตาทรงตาแมว หรือแว่นตาทรงเหลี่ยม 

5. Triangle face ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม คือ ใบหน้า V-Shape ที่สาวๆใฝ่ฝันและนิยมทำหน้าเรียวกันมาก ซึ่งจะเป็นโครงหน้าที่เหมือนสามเหลี่ยมมุมกลับ มีหน้าผากกว้างและสูง เส้นกรอบหน้าแคบเรียวลงมาจนถึงคาง ส่วนบริเวณคางก็จะมีความแหลมที่เห็นได้ชัดจนคล้ายตัววี (V)  แว่นที่เหมาะกับโครงหน้ารูปสามเหลี่ยม ควรเลือกสวมแว่นที่มีสีอ่อน หรือแว่นชนิดไร้กรอบไปเลย และควรหลีกเลี่ยงกรอบแว่นทรงเหลี่ยมทุกชนิด 

6. Square face ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม คือ ใบหน้าที่มีความกว้างและความยาวเท่าๆกัน กรอบหน้าจะตัดตรงลงมา ปลายคางตัด และสันกรามค่อนข้างกว้างจนเห็นเป็นเหลี่ยมได้ชัดเจน หากต้องการเลือกแว่นเหมาะกับโครงหน้าสี่เหลี่ยม ควรเป็นแว่นตาทรงโค้งมน ที่จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาวมากขึ้น อาทิเช่น แว่นตาทรงกลม แว่นตาทรงหยดน้ำ แว่นตาทรงนักบิน Aviator ยิ่งทำให้ใบหน้าดูเก๋ และควรเลี่ยงเลยคือ แว่นตาทรงเหลี่ยมทั้งหลาย รวมไปถึงแว่นกรอบหนาๆ เพราะจะยิ่งไปเน้นความเหลี่ยนบนใบหน้าชัดเจนขึ้นไปอีก 

7. Diamond face ใบหน้ารูปเพชร คือใบหน้าที่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด โดยบริเวณหน้าผากแคบ คางแหลมและกระดูกแก้มใหญ่ มีความสูงของใบหน้า แต่หน้าผากกับคางจะแคบกว่าหน้ารูปทรงไข่ แว่นที่เหมาะกับทรงหน้ารูปเพชรคือ แว่นตาที่มีความโค้งมน อย่างแว่นทรงรี แว่นทรงกลม แว่นทรง cat eye จะช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับใบหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงแว่นตาที่ความกว้างกว่าโหนกแก้ม หรือแว่นตาทรงเหลี่ยม เพราะจะยิ่งไปเน้นกรอบหน้าให้ดูกว้างยิ่งขึ้น รวมไปถึงแว่นตาที่มีรูปแบบยาวหรือมีความแคบ 

นอกจากรูปทรงของแว่นตาจะมีความหลากหลายแล้ว วัสดุที่นำมาประกอบทำแว่นตาก็มีหลายชนิดด้วยเช่นกัน ทำให้การเลือกแว่นตาอาจจะดูแต่ดีไซน์และรูปทรงไม่ได้เสียแล้ว เพราะแว่นตาแทบจะเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยของคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสายตา ที่แทบจะเรียกว่าเป็นอวัยวะที่ 33 ขาดแทบไม่ได้เลย จึงจำเป็นจะต้องดูวัสดุเพื่อความคงทน สวมใส่สบาย ไม่หนัก และตอบโจทย์ต่อการใช้งาน ดังนั้นวัสดุของตัวแว่นจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกทรงแว่นให้เหมาะกับรูปหน้าเลย โดยวัสดุที่นำมาประกอบทำเป็นแว่นตานี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โลหะ และ พลากสติก

1.กรอบแว่นตาจากวัสดุโลหะ 

  • กรอบแว่นสเตนเลสสตีล วัสดุที่ผสมระหว่างเหล็กและโคเมียม มีความทนทานสูง ทนต่อความร้อน ความกัดกร่อน และทนต่อการเสียดสีได้ดี แม้จะเป็นสเตนเลสสตีล แต่ก็สามารถดีไซน์และทำออกมาได้บาง ไม่หนาจนเทอะทะ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่แข็งแรงทนทาน 
  • กรอบแว่นไทเทเนียม มีความทนทานกว่าโลหะทั่วไปสูงกว่าเท่าตัว ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี โดยเฉพาะน้ำทะเล ไม่มีนิกเกิลเจือปน จึงเหมาะมากกับผู้ที่มักจะมีอาการแพ้นิกเกิลที่เจือปนในวัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ 
  • กรอบแว่นไทเทเนียมอัลลอย กรอบแว่นโลหะที่มีความเหนียว ยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ โดยไม่เสียรูปและไม่หัก แข็งแรงทนทาน แต่มีน้ำหนักเบา สามารถดีไซน์และทำกรอบแว่นออกมาได้บางมาก แต่ให้ความเงาและหรูหราในเวลาเดียวกัน และด้วยคุณสมบัติของไทเทเนียมอัลลอย ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนกรอบแว่นบ่อยๆ ทั้งประหยัดและลดขยะ สายรักษ์โลกน่าจะเลิฟ

2. กรอบแว่นตาจากวัสดุพลาสติก

  • กรอบแว่นพลาสติก Acetate เป็นวัสดุแข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วน สามารถทำได้หลายสี ให้สีสดชัด ไม่ลอก เหมาะกับผู้ที่มักจะมีอาการแพ้โลหะ
  • กรอบแว่น TR90 เป็นวัสดุพลาสติกผสมไนลอน ทำให้กรอบมีความแข็งแรง และยืดหยุ่นกว่าพลาสติก Acetate จึงสามารถบิดงอได้มากกว่า 
  • กรอบแว่น Uitem พลาสติกเนื้อผสม มีความทนทานสูง น้ำหนักเบามาก ยืดหยุ่นได้ดี สามารถบิดงอได้โดยไม่เสียรูปทรง 

บทความนี้คงจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการเลือกแว่นให้เหมาะกับหน้า รู้ว่าแว่นทรงไหนเหมาะกับคุณ ทรงแว่นหน้ายาวใส่แบบไหน หน้ากลมใหญ่ใส่แว่นแบบไหน หน้าเหลี่ยมใส่แว่นทรงไหนถึงจะสวย ฯลฯ เพราะประโยชน์ของแว่นตา นอกจากจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการมองเห็น และช่วยถนอมสายตาแล้ว แว่นตายังเป็นเหมือนเครื่องประดับบนใบหน้า ที่จะช่วยเสริมบุคคลิกและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

ถ้าหากคุณสนใจเรื่องไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันแบบนี้ เรามีบล็อกคอยเป็นเพื่อนคุณเสมอ

You may also like

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน 

Business Lifestyle

เลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ในเฟซบุ๊กแบบไหนดี 

post-image

เมื่อเฟซบุ๊กให้มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮกบัญชีของผู้ใช้งานตัวจริง โดยทางแอป Facebook เอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเปิดใช้งาน Facebook Protect มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2021 และหากไม่มีการเปิดใช้งานดังกล่าว บัญชีอาจถูกล็อคและเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งหลักใจสำคัญของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นี้ มีให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่า ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูว่าการยืนยัน 2 ชั้น บนเฟสบุคมีแบบไหนบ้าง เรามาทำความเข้าใจเรื่องของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) คืออะไร กันก่อน

การยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ 2FA ย่อมาจาก two-factor authentication คือ ระบบที่ช่วยป้องกันการถูกแฮกบัญชี ด้วยการยืนยันตัวตนถึงการเป็นผู้ใช้บัญชีตัวจริง ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน 2 ปัจจัย โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจะเป็นการกรอกรหัส เมื่อผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง จะต้องใส่รหัสหรือกรอกข้อมูลตอบคำถามให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบและสามารถใช้งานบัญชีได้ โดยปัจจัยการเข้ารหัสชั้นที่สองนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

1.สิ่งที่คุณรู้ (Something you know) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เท่านั้นที่รู้ เช่น usename – password , Pincode  รูปแบบ Pattern บนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมไปถึงรหัสคำตอบจากคำถามลับ

2.สิ่งที่คุณมี (Something you have) สิ่งที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ การได้รับ OTP 

3.สิ่งที่คุณเป็น (Something you are) ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บัญชี เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 

หากมีการตั้ง 2FA และเมื่อโทรศัพท์เราหาย หรือถูกขโมย และอาจมีคนเห็นเราใช้รหัสและจดจำเพื่อจะใช้เครื่องเมื่อเราเผลอ แต่แฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถเข้าใช้บัญชีของเราได้ เพราะคนอื่นจะไม่มีรหัสชั้นที่ 2 และเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะสามารถทำการเข้าถึงบัญชีของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

การยืนยันตัวตนแบบ…

Read More
Lifestyle Business Health

ทริคประหยัดค่าไฟ ทำได้ง่าย เซฟมันนี่ได้ชัวร์ 

post-image

เพราะเราเป็นคนมีค่า … ค่าห้อง ค่ากิน ค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เราทุกคนล้วนเป็นคนมีค่า แล้วแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งเมืองไทยมีความร้อนเป็นทุน และมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นทุกปี จนต้องเปิดแอร์กันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟก็ทะลุเพดานอย่างไม่ปราณีกันเลย เรามีทริคประหยัดค่าไฟแบบง่ายๆ ที่ทำตามแล้ว ค่าไฟลดลง ช่วยเซฟมันนี่ เซฟโลกได้ด้วยนะ 

1. จัดห้องให้โปร่งโล่ง แต่งห้องให้สว่างเข้าไว้ 

เพราะห้องที่ข้าวของไม่รก ของไม่มากจนเกินไป จะทำให้อากาศ มีการหมุนเวียนได้มากขึ้น ห้องก็จะไม่ร้อนเกินไป แอร์ทำงานน้อยลง อาจลองแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ไม่เลวเลยนะ และการแต่งบ้านด้วยสีโทนสว่าง ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน 

2. ทำความสะอาดหลอดไฟ 

การทำความสะอาดหลอดไฟ จะช่วยให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน การที่มีฝุ่นเกาะหลอดไฟ และไปปิดตรงที่ระบายความร้อน จะยิ่งให้หลอดไฟทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ทำงานหนักขึ้นด้วย 

3. ทำความสะอาดตู้เย็นเสมอ 

กำจัดของหมดอายุออกจากตู้เย็น อย่าปล่อยให้ตู้เย็นรก อาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ควรใส่ตู้เย็น ก็ไม่ควรใส่เข้าไป แบบกินไม่หมดก็ยัดเข้าตู้เย็นไว้ก่อน เพราะมันจะทำใ้หตู้เย็นรก กระจายความเย็นได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำงานหนักขึ้น 

4. ซักผ้าและรีดผ้าครั้งละจำนวนมาก 

กรณีที่ใช้เครื่องซักผ้า ควรรวบรวมซักเครื่องต่อครั้งให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการรีดผ้า เพราะการเสียบปลั๊กใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะค่อนข้างกินไฟ จึงแนะนำว่า ซักสัปดาห์ละครั้งละ 1-2 ครั้ง และควรรีดผ้าในจำนวนเยอะ ๆ / ครั้ง 

Business Lifestyle Travel

เที่ยวนครศรีธรรมราช สูดโอโซนเมืองใต้ หรอยจังหู้วว!

post-image

หากพูดถึงเที่ยวภาคใต้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทะเล หรือเมืองท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเมืองใต้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ ทะเล เท่านั้น แต่ยังคงมีความสวยงามทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สถานที่ อาหาร และน้ำใจของผู้คน 

“นครศรีธรรมราช” จังหวัดที่มีฉายาในอดีตว่า เมืองคนดุ แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในอดีต แต่ในความเป็นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เป็นเมืองแห่งภูเขา น้ำตก ลำธาร และฟ้าคราม มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช เพื่อชี้เป้าให้คุณได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศ สถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน แห่งเมืองใต้ … ไม่แน่นะ หากได้ลองไปเที่ยวแล้ว คุณอาจร้องเพลง “โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเล กว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเราๆ” 

ที่เที่ยวในนครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

มาถึงเมืองนครศรีฯ เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี ก็ต้องแวะกราบไหว้สักการะ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ และตราประจำจังหวัดของนครศรีธรรมราชกันก่อน วัดมหาธาตุฯ เป็นวัดอารามหลวง หรือวัดเจดีย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งพระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 

นอกจากเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนครศรีฯแล้ว ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ มียอดเจดีย์หุ้มทองคำแท้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) โดยตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวไว้ว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไม ภายในบริเวณวัดรายล้อมไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ และเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทั้งที่อยู่เมืองใต้แท้ๆ นอกจากนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่งหนึ่ง ที่นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ นั่นคือ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงพื้น แม้ว่าจะแสงอาทิตย์กระทบทางใด ก็จะไม่มีได้เห็นเงาพระธาตุอยู่บนพื้น นับว่าเป็นความน่ามหัศจรรย์ใจ และเป็นที่มาของผู้คนเรียกพระธาตุว่า “พระธาตุไร้เงา”

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมานาน โดยชาวนครศรีธรรมราชจะช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อรวบรวมเงินนำไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนยาวนับพันหลา แล้วร่วมใจจัดขบวนแห่ผ้าขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผ้าที่นำไปขี้นห่มพระบรมธาตุนี้เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (พระบต) นิยมใช้ผ้าสีขาว สีเหลือง และสีแดง…

Read More
Lifestyle Blog Business

คู่เลขมงคลโทรศัพท์: เลขไหนเหมาะกับคุณ?

post-image

รอบๆ ตัวเราล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเลข” ทั้งนั้น ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถ หรือแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ ทุกอย่างสามารถกลายเป็นตัวเลขมงคลได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความเชื่อในศาสตร์ของตัวเลขมานาน และยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูได้จากการหาฤกษ์ยามงานมงคลแทบทุกงาน ก็ยังคงต้องอิงการใช้ตัวเลขเข้ามาประกอบ

คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในด้านของเลขมือถือมงคลกันมากขึ้น ไม่ต่างจากตัวเลขมงคลอื่นๆ และสำหรับใครที่เป็นสายมูเตลูตัวจริง หรือแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการสายมู และกำลังมองหาเลขโทรศัพท์มงคล หรือต้องการเปลี่ยนเบอร์มือเป็นเลขสวยด้วยคู่เลขมงคล เราก็มีเรื่องของเลขมือถือมงคลมาฝากในบทความนี้ แต่ด้วยศาสตร์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มีหลายแขนง เราจึงคัดเลือกของเลขคู่เบอร์มงคล ที่มีแล้วดีใช้แล้วปังในเรื่องใดบ้าง 

แต่ก่อนอื่นเรามาดูการเปรียบเทียบความหมายของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อน 

ความหมายของตัวเลขมงคล

เลข 0 : เชื้อโรค , ไวรัส 

เลข 1 : ผู้นำ , พระอาทิตย์ 

เลข 2 : ผู้หญิง , พระจันทร์ 

เลข 3 : นักรบ , นักสู้ 

เลข 4 : การเจรจา คำพูด 

เลข 5 : สติ , ความยุติธรรม 

เลข 6 : เสน่ห์ , ความรัก 

เลข 7 : ความอดทน 

เลข 8 : ความเล่ห์เหลี่ยม , ยักษ์ 

เลข 9 : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เมื่อเรารู้ความหมายของตัวเลขแต่ละตัวแล้ว ทีนี้เรามาดูเลขคู่มงคลกันบ้าง

คู่เลขมงคล