Blog Lifestyle

วิธีเลือกทรงแว่นเหมาะกับรูปหน้า ช่วยเสริมบุคลิก

“แว่นตา” นอกจากจะใส่เพื่อช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้มีปัญหาด้านสายตา และเพื่อกันแสงยูวีทำร้ายดวงตาแล้ว ในยุคดิจิทัลแบบปัจจุบัน แว่นตา มีบทบาทและถูกนำมาใช้ประโยชน์หลายด้านมากขึ้น เนื่องจากกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทั้งการทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา การทำงานกับจอโทรศัพท์มากขึ้น การเรียนออนไลน์ ทำให้สายตาคนเราได้รับแสงสีฟ้าแทบจะตลอดเวลา หรือแม้แต่ในแสงแดดที่หลายๆคนอาจคาดไม่ถึง เราจึงเห็นคนยุคปัจจุบันใส่แว่นตากันมากขึ้น ทั้งแว่นสายตา แว่นกันแดด แว่นกรองแสง หรือแว่นแฟชั่น 

แต่สิ่งสำคัญในการเลือกแว่นตา ที่นอกจากจะเลือกให้เหมาะกับค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาว แว่นสายตาเอียง และรูปแบบการใช้งาน อย่างการสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องเผชิญแดดจ้า สวมแว่นกรองแสงสีฟ้าเมื่อต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแว่นตัดแสงเมื่อต้องขับขี่ยานพาหนะ เป็นต้น แต่จะดีกว่าไหม หากการเลือกแว่นตาเข้ากับรูปหน้า จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้มากขึ้น แต่รูปหน้าคนเราแตกต่างกัน อีกทั้งทรงแว่นตาก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วรูปหน้าอย่างเราจะใส่แว่นทรงไหนดี?

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักรูปหน้าของตนเองก่อนว่าเป็นหน้ารูปแบบไหน จะได้เลือกทรงแว่นตาได้เข้ากับรูปหน้า

1.Oval face ใบหน้ารูปไข่  คือ ใบหน้าที่มีความยาวกว่าความกว้าง หน้าผากกว้างกว่าช่วงกราม มีช่วงกรามและคางโค้งมนและเรียวได้รูปชัดเจน เป็นใบหน้าที่ใฝ่ฝันของสาวหลายๆคนเลยทีเดียว ถ้าถามว่าหน้าทรงไข่ใส่แว่นแบบไหนถึงจะสวย บอกได้เลยว่าแทบจะทุกทรงเลย น่าอิจฉาอะไรขนาดนี้ ไม่ว่าจะทรงหยดน้ำ ทรงนักบิน ทรงเหลี่ยม ทรงกลมต่างๆ สาวใบหน้ารูปไข่ สวมได้หมด เพียงแต่ต้องระวังไม่ให้ขาแว่นตาอยู่ต่ำเกินไป และหลีกเลี่ยงแว่นโอเวอร์ไซส์ เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูยาวมากขึ้นไปอีก

2.Round face ใบหน้ากลม คือใบหน้าที่มีโครงหน้าสั้น แต่มีความสมดุล ความยาวและความกว้างของใบหน้าเท่ากัน บริเวณแก้มมีเนื้อเยอะ กรอบหน้าโค้งมน คนหน้ากลมจึงต้องเน้นแว่นตาทรงที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน อย่างทรงเรขาคณิต ทรงเหลี่ยมต่างๆ หรือทรง Cat-eye เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้มีดูมีมิติขึ้น และกรอบแว่นที่มีลักษณะบาง ทำให้หน้าไม่ดูแคบจนเกินไป และเลี่ยงเด็ดขาดสำหรับคนหน้ากลมคือแว่นทรงกลมทั้งหลาย ไม่ว่าจะขนาดใดก็ตาม เซย์โนว์ใส่เท่านั้น 

3.Heart face ใบหน้ารูปหัวใจ คือ ใบหน้าที่มีเสน่ห์และสวย เริ่มตั้งแต่หน้าผากมีลักษณะคล้ายกับวาดรูปหัวใจ มีไรผมแหลมลงมากลางหน้าผาก หน้าผากกว้างกว่าช่วงคาง ช่วงคางแคบ แต่ก็ยังสามารถเห็นได้ชัดเจน กรอบหน้าดูเข้ารูป หากจะเลือกแว่นให้เหมาะกับโครงหน้ารูปหัวใจ ควรเลือกแว่นทรงกลม แว่นทรงนักบิน แว่นทรงรี แว่นทรงแคทอาย แต่ควรเลี่ยงแว่นทรงเหลี่ยมทั้งหลาย ทั้งแว่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และแว่นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส 

4.Oblong face ใบหน้ารูปยาว คือ ใบหน้าที่คล้ายกับใบหน้ารูปไข่ แต่จะมีความยาวมากกว่า โดยช่วงบริเวณหน้าผากยาว แก้มไม่เยอะ แต่ช่วงแก้มด้านข้างจะดูยาว คางแคบลง มีความกว้างของหน้าผาก-โหนกแก้ม-กราม เท่ากัน  การเลือกแว่นให้เหมาะกับโครงหน้ารูปยาว ควรเป็นแว่นที่มีขนาดใหญ่ แบบโอเวอร์ไซส์ เพื่อช่วยลดความยาวของใบหน้าลง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาทรงกลม แว่นตาทรงรี แว่นตาทรงตาแมว หรือแว่นตาทรงเหลี่ยม 

5.Triangle face ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม คือ ใบหน้า V-Shape ที่สาวๆใฝ่ฝันและนิยมทำหน้าเรียวกันมาก ซึ่งจะเป็นโครงหน้าที่เหมือนสามเหลี่ยมมุมกลับ มีหน้าผากกว้างและสูง เส้นกรอบหน้าแคบเรียวลงมาจนถึงคาง ส่วนบริเวณคางก็จะมีความแหลมที่เห็นได้ชัดจนคล้ายตัววี (V)  แว่นที่เหมาะกับโครงหน้ารูปสามเหลี่ยม ควรเลือกสวมแว่นที่มีสีอ่อน หรือแว่นชนิดไร้กรอบไปเลย และควรหลีกเลี่ยงกรอบแว่นทรงเหลี่ยมทุกชนิด 

6.Square face ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม คือ ใบหน้าที่มีความกว้างและความยาวเท่าๆกัน กรอบหน้าจะตัดตรงลงมา ปลายคางตัด และสันกรามค่อนข้างกว้างจนเห็นเป็นเหลี่ยมได้ชัดเจน หากต้องการเลือกแว่นเหมาะกับโครงหน้าสี่เหลี่ยม ควรเป็นแว่นตาทรงโค้งมน ที่จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาวมากขึ้น อาทิเช่น แว่นตาทรงกลม แว่นตาทรงหยดน้ำ แว่นตาทรงนักบิน Aviator ยิ่งทำให้ใบหน้าดูเก๋ และควรเลี่ยงเลยคือ แว่นตาทรงเหลี่ยมทั้งหลาย รวมไปถึงแว่นกรอบหนาๆ เพราะจะยิ่งไปเน้นความเหลี่ยนบนใบหน้าชัดเจนขึ้นไปอีก 

7.Diamond face ใบหน้ารูปเพชร คือใบหน้าที่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด โดยบริเวณหน้าผากแคบ คางแหลมและกระดูกแก้มใหญ่ มีความสูงของใบหน้า แต่หน้าผากกับคางจะแคบกว่าหน้ารูปทรงไข่ แว่นที่เหมาะกับทรงหน้ารูปเพชรคือ แว่นตาที่มีความโค้งมน อย่างแว่นทรงรี แว่นทรงกลม แว่นทรง cat eye จะช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับใบหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงแว่นตาที่ความกว้างกว่าโหนกแก้ม หรือแว่นตาทรงเหลี่ยม เพราะจะยิ่งไปเน้นกรอบหน้าให้ดูกว้างยิ่งขึ้น รวมไปถึงแว่นตาที่มีรูปแบบยาวหรือมีความแคบ 

นอกจากรูปทรงของแว่นตาจะมีความหลากหลายแล้ว วัสดุที่นำมาประกอบทำแว่นตาก็มีหลายชนิดด้วยเช่นกัน ทำให้การเลือกแว่นตาอาจจะดูแต่ดีไซน์และรูปทรงไม่ได้เสียแล้ว เพราะแว่นตาแทบจะเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยของคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสายตา ที่แทบจะเรียกว่าเป็นอวัยวะที่ 33 ขาดแทบไม่ได้เลย จึงจำเป็นจะต้องดูวัสดุเพื่อความคงทน สวมใส่สบาย ไม่หนัก และตอบโจทย์ต่อการใช้งาน ดังนั้นวัสดุของตัวแว่นจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกทรงแว่นให้เหมาะกับรูปหน้าเลย โดยวัสดุที่นำมาประกอบทำเป็นแว่นตานี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โลหะ และ พลากสติก

1.กรอบแว่นตาจากวัสดุโลหะ 

  • กรอบแว่นสเตนเลสสตีล วัสดุที่ผสมระหว่างเหล็กและโคเมียม มีความทนทานสูง ทนต่อความร้อน ความกัดกร่อน และทนต่อการเสียดสีได้ดี แม้จะเป็นสเตนเลสสตีล แต่ก็สามารถดีไซน์และทำออกมาได้บาง ไม่หนาจนเทอะทะ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่แข็งแรงทนทาน 
  • กรอบแว่นไทเทเนียม มีความทนทานกว่าโลหะทั่วไปสูงกว่าเท่าตัว ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี โดยเฉพาะน้ำทะเล ไม่มีนิกเกิลเจือปน จึงเหมาะมากกับผู้ที่มักจะมีอาการแพ้นิกเกิลที่เจือปนในวัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ 
  • กรอบแว่นไทเทเนียมอัลลอย กรอบแว่นโลหะที่มีความเหนียว ยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ โดยไม่เสียรูปและไม่หัก แข็งแรงทนทาน แต่มีน้ำหนักเบา สามารถดีไซน์และทำกรอบแว่นออกมาได้บางมาก แต่ให้ความเงาและหรูหราในเวลาเดียวกัน และด้วยคุณสมบัติของไทเทเนียมอัลลอย ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนกรอบแว่นบ่อยๆ ทั้งประหยัดและลดขยะ สายรักษ์โลกน่าจะเลิฟ

2.กรอบแว่นตาจากวัสดุพลาสติก

  • กรอบแว่นพลาสติก Acetate เป็นวัสดุแข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วน สามารถทำได้หลายสี ให้สีสดชัด ไม่ลอก เหมาะกับผู้ที่มักจะมีอาการแพ้โลหะ
  • กรอบแว่น TR90 เป็นวัสดุพลาสติกผสมไนลอน ทำให้กรอบมีความแข็งแรง และยืดหยุ่นกว่าพลาสติก Acetate จึงสามารถบิดงอได้มากกว่า 
  • กรอบแว่น Uitem พลาสติกเนื้อผสม มีความทนทานสูง น้ำหนักเบามาก ยืดหยุ่นได้ดี สามารถบิดงอได้โดยไม่เสียรูปทรง 

บทความนี้คงจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการเลือกแว่นให้เหมาะกับหน้า รู้ว่าแว่นทรงไหนเหมาะกับคุณ ทรงแว่นหน้ายาวใส่แบบไหน หน้ากลมใหญ่ใส่แว่นแบบไหน หน้าเหลี่ยมใส่แว่นทรงไหนถึงจะสวย ฯลฯ เพราะประโยชน์ของแว่นตา นอกจากจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการมองเห็น และช่วยถนอมสายตาแล้ว แว่นตายังเป็นเหมือนเครื่องประดับบนใบหน้า ที่จะช่วยเสริมบุคคลิกและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

You may also like

Business Lifestyle Travel

เที่ยวนครศรีธรรมราช สูดโอโซนเมืองใต้ หรอยจังหู้วว!

post-image

หากพูดถึงเที่ยวภาคใต้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทะเล หรือเมืองท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเมืองใต้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ ทะเล เท่านั้น แต่ยังคงมีความสวยงามทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สถานที่ อาหาร และน้ำใจของผู้คน 

“นครศรีธรรมราช” จังหวัดที่มีฉายาในอดีตว่า เมืองคนดุ แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในอดีต แต่ในความเป็นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เป็นเมืองแห่งภูเขา น้ำตก ลำธาร และฟ้าคราม มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช เพื่อชี้เป้าให้คุณได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศ สถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน แห่งเมืองใต้ … ไม่แน่นะ หากได้ลองไปเที่ยวแล้ว คุณอาจร้องเพลง “โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเล กว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเราๆ” 

ที่เที่ยวในนครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

มาถึงเมืองนครศรีฯ เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี ก็ต้องแวะกราบไหว้สักการะ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ และตราประจำจังหวัดของนครศรีธรรมราชกันก่อน วัดมหาธาตุฯ เป็นวัดอารามหลวง หรือวัดเจดีย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งพระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 

นอกจากเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนครศรีฯแล้ว ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ มียอดเจดีย์หุ้มทองคำแท้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) โดยตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวไว้ว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไม ภายในบริเวณวัดรายล้อมไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ และเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทั้งที่อยู่เมืองใต้แท้ๆ นอกจากนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่งหนึ่ง ที่นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ นั่นคือ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงพื้น แม้ว่าจะแสงอาทิตย์กระทบทางใด ก็จะไม่มีได้เห็นเงาพระธาตุอยู่บนพื้น นับว่าเป็นความน่ามหัศจรรย์ใจ และเป็นที่มาของผู้คนเรียกพระธาตุว่า “พระธาตุไร้เงา”

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมานาน โดยชาวนครศรีธรรมราชจะช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อรวบรวมเงินนำไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนยาวนับพันหลา แล้วร่วมใจจัดขบวนแห่ผ้าขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผ้าที่นำไปขี้นห่มพระบรมธาตุนี้เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (พระบต) นิยมใช้ผ้าสีขาว สีเหลือง และสีแดง…

Read More
Blog Business Lifestyle

คู่เลขมงคลโทรศัพท์

post-image

รอบๆตัวเราล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเลข” ทั้งนั้น ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถ หรือแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความเชื่อในศาสตร์ของตัวเลขมานาน และยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูได้จากการหาฤกษ์ยามงานมงคลแทบทุกงาน ก็ยังคงต้องอิงการใช้ตัวเลขเข้ามาประกอบ

คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในด้านของเลขมือถือมงคลกันมากขึ้น ไม่ต่างจากตัวเลขมงคลอื่นๆ และสำหรับใครที่เป็นสายมูเตลูตัวจริง หรือแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการสายมู และกำลังมองหาเลขโทรศัพท์มงคล หรือต้องการเปลี่ยนเบอร์มือเป็นเลขสวยด้วยคู่เลขมงคล เราก็มีเรื่องของเลขมือถือมงคลมาฝากในบทความนี้ แต่ด้วยศาสตร์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มีหลายแขนง เราจึงคัดเลือกของเลขคู่เบอร์มงคล ที่มีแล้วดีใช้แล้วปังในเรื่องใดบ้าง 

แต่ก่อนอื่นเรามาดูการเปรียบเทียบความหมายของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อน 

ความหมายของตัวเลข

เลข 0 : เชื้อโรค , ไวรัส 

เลข 1 : ผู้นำ , พระอาทิตย์ 

เลข 2 : ผู้หญิง , พระจันทร์ 

เลข 3 : นักรบ , นักสู้ 

เลข 4 : การเจรจา คำพูด 

เลข 5 : สติ , ความยุติธรรม 

เลข 6 : เสน่ห์ , ความรัก 

เลข 7 : ความอดทน 

เลข 8 : ความเล่ห์เหลี่ยม , ยักษ์ 

เลข 9 : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เมื่อเรารู้ความหมายของตัวเลขแต่ละตัวแล้ว ทีนี้เรามาดูเลขคู่มงคลกันบ้าง

คู่เบอร์มงคล

Business Lifestyle

รู้เฟื่องเรื่องวันตรุษจีนกันหน่อย

post-image

ใกล้ตรุษจีนหรือปีใหม่จีนแล้ว คนจีนและลูกหลานจีนก็จะมีการตระเตรียมงาน จะมีความครึกครื้นที่สุดในคืนก่อนวันตรุษจีน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับลูกหลานคนจีนที่มีการสืบทอดวัฒนธรรมมานาน ย่อมเข้าใจและคุ้นเคยดีกันอยู่แล้ว บทความนี้เราจะมารู้จักและทำความเข้าใจเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ซึ่งเป็นประเทศพี่น้องของไทยเรากันสักหน่อย เพราะเชื่อว่าที่ผ่านมา มีคนไทยหลายๆคนที่ร่วมยินดีและฉลองเทศกาล โดยที่ยังไม่เข้าใจเท่าไรนัก ดังนั้นเราจะมารู้ข้อมูลเกี่ยวกับวันตรุษจีน ตรุษจีนคือวันอะไร ของมงคลตรุษจีนมีอะไรบ้าง ตรุษจีนความสําคัญยังไง ตรุษจีนต้องใส่สีอะไร ตรุษจีน 2565 ไหว้วันไหน เพื่อเตรียมยินดีและร่วมฉลองอย่างเข้าใจถูกต้องกันดีกว่า 

ตรุษจีน ตรุษแปลว่าอะไร

คำว่า “ตรุษ” เป็นคำที่มาจากสันสกฤต มีความหมายว่า ตัดขาด หรือการตัดขาดจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ หรือเทศกาลสิ้นปี เทศกาลรื่นเริงรับปีใหม่ 

ตรุษจีนจันทรคติตามปฎิทินจีนจะตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 

ตรุษจีน 2565 วันที่เท่าไหร่

  • ตรุษจีน 2565 วันจ่าย คือ วันที่ 30 มกราคม 
  • ตรุษจีน 2565 วันไหว้ คือ วันที่ 31 มกราคม 2565 เป็น
  • ตรุษจีนชิวอิก 2565 วันเที่ยว คือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 (วันเที่ยว / วันชิวอิก / วันตรุษจีน”

ตรุษจีนตรงกับวันไหนกันแน่นะ 

ตรุษจีน เป็นวันปีใหม่จีน ซึ่งลูกหลานจีนคนไหนที่ไปทำงานหรือไปอยู่ไกลบ้าน ก็จะรีบกลับไปบ้านเพื่ออยู่ฉลองปีใหม่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เหมือนปีใหม่ของคนไทย สมาชิกในบ้านจะออกไปซื้อของตรุษจีน เช่น อาหาร ของไหว้บรรพบุรุษ และของขวัญสำหรับแจกจ่ายสมาชิกในบ้านในวันจ่าย จากนั้นจะตระเตรียมของไหว้สำหรับวันไหว้ในวันรุ่งขึ้น และถัดไปอีกวันก็จะเป็นวันตรุษจีนชิวอิกหรือวันปีใหม่จีนนั่นเอง 

ตรุษจีนภาษาอังกฤษจะมีหลายคำที่น่าสนใจ เนื่องจากวัฒนธรรมเอเชียก็ได้รับการสนใจจากชาวต่างชาติอย่างชาวยุโรปและโซนอื่นๆ ถึงขนาดที่มี Vlog ของชาวยุโรปมากมาย ที่เสนอเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเอเชีย อย่างประเทศไทย จีน หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น แม้แต่ประเทศไทยเองก็มีการฉลองเทศกาลของตรุษจีนทั่วประเทศ สำหรับตรุษจีนคําศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่ารู้ ได้แก่ 

  • Chiness New Year : วันตรุษจีน / วันปีใหม่จีน
  • Lunar calendar :…
Read More
Blog Business

ทำไมต้องครีมเกาหลี เมื่อคิดจะสร้างแบรนด์ครีม

post-image

เมื่อทำการสำรวจผู้ใช้เครื่องสำอางส่วนใหญ่จะตอบไปในทิศทางเดียวกันคือ “นวัตกรรมและคุณภาพของกระบวนการผลิตระดับสากล” ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เครื่องสำอางและสกินแคร์ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองกันมากขึ้น ทำให้มีหลายๆแบรนด์ที่ผลิตครีมทาหน้าและผลิตภัณฑ์ความงาม ทั้งสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ออกมาจำหน่ายในท้องตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ 

โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียน กระจ่างใส มีสุขภาพดี ด้วยสารสกัดต่างๆที่น่าสนใจ เช่น ไฮยาลูรอนิค คอลลาเจน วิตามินซี กลูตาไธโอน สารสะท้อนแสงuv เป็นต้น นำมาเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตครีมทาผิวด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยผลิตออกมาในรูปแบบของครีมนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งผู้ที่สนใจวงการความงามจะรู้กันดีว่าประเทศเกาหลีเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมเครื่องสำอาง 

โรงงานสร้างแบรนด์ครีมเกาหลีดียังไง?

มีแนวโน้มว่าตลาดผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีจะเติบโตในประเทศไทยได้อีกนาน ด้วยมาตรฐานโรงงานผลิตครีมคุณภาพมีรางวัลรับรองระดับสากล โรงงานทำครีมสร้างแบรนด์ในเกาหลีมักจะมีนวัตกรรมความงามที่แปลกใหม่ พัฒนาส่วนผสมด้วยสารสกัดใหม่ๆอยู่เสมอ สูตรแปลกใหม่ที่เป็นนวัตกรรมความงามที่เราคาดไม่ถึง เช่น นำพิษผึ้งมาช่วยในการบำรุงผิว สครับด้วยรังไหม การทำครีมจากไขมันม้า ครีมจากการสกัดน้ำเลี้ยงจากพืช แผ่นมาส์กหน้าด้วยเลือด ผลิตภัณฑ์บำรุงผมด้วยมายองเนส เป็นต้น ถ้าฟังแล้วอาจดูแปลกๆแต่ทีมวิจัย R&D จากเกาหลีสามารถนำมาใช้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่แก่วงการความงามได้อย่างน่าทึ่ง ถ้าใครที่ชื่นชอบในการสร้างความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์ก็ไม่ควรพลาด เผื่อได้ครองตลาดเป็นเจ้าแรกๆ เพราะการลงมือก่อนได้เปรียบเสมอ

นอกจากนี้โรงงานทำเครื่องสำอาง โรงงานผลิตเวชสำอางค์ โรงงานผลิตครีมออแกนิค ของเกาหลีมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยมาก ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี มีความหนืด ความคงตัว ความเข้มข้นของสาร รวมไปถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ผลิตได้รวดเร็วและในปริมาณที่มากพอตามความต้องการของตลาด โดยไม่ต้องหยุดชงักเพราะต้องรอการนำเข้าของส่วนประกอบในการผลิต อย่างบางโรงงานในไทยที่ยังใช้สารและส่วนผสมบางชนิดจากเกาหลี จึงต้องมีการสั่งนำเข้าซึ่งบางครั้งก็ต้องชะลอการผลิตเพราะระบบการขนส่งล่าช้า อีกทั้งไทยยังขาดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ดังนั้นโรงงานผลิตครีมเกาหลีโดยตรงจึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

บรรจุภัณฑ์ที่ดูสวยงาม ที่มีทั้งแบบสดใสน่ารักและแบบเรียบหรูแต่ราคาจับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย จะต่างจากเครื่องสำอางแบรนด์ยุโรป ที่เน้นความเรียบหรูและราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งส่วนผสมส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นเรื่องการเติมสารป้องกันแสงแดด เนื่องจากชาวยุโรปมีผิวขาวอยู่แล้ว และนิยมอาบแดดมากกว่าต้องการความขาวสว่าง อีกทั้งเฉดสีเมื่อใช้แล้วก็ไม่กลมกลืนกับผิวคนเอเชีย แต่ส่วนผสมของทางฝั่งเกาหลีจะมีสารประกอบที่ช่วยในการป้องกันแสงแดด สารที่ทำให้ผิวขาวสว่างใส เพราะชาวเอเชียส่วนใหญ่จะมีผิวที่ค่อนข้างเป็นสีแทนหรือน้ำผึ้ง งานครีมเกาหลีจึงตอบโจทย์ความต้องการในตลาดไทยมากกว่านั่นเอง

อีกข้อที่ทำให้ใครส่วนใหญ่เทใจให้กับครีมเกาหลี คือมีการปรับสูตรใหม่ๆให้เข้ากับผิวของคนเอเชีย เป็นสารบำรุงที่กลมกลืนกับสีผิวไม่ดูหลอกตา เป็นธรรมชาติเหมือนไม่แต่งหน้า เช่น ครีมเอเอ ครีมบีบี ครีมซีซี คุชชั่น ที่เป็นได้ทั้งรองพื้นและบำรุงผิวหน้า ให้ใบหน้าเรียบเนียนและไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน ควบคุมความมัน เพราะเอเชียมีสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องแสงแดดแรงกล้า 

แม้แต่เครื่องสำอางก็ยังมีหลายลุคให้เลือก ตั้งแต่ everyday look ที่แต่งได้ทุกวัน หรือ party look ที่มีสีสันจัดจ้านให้เลือกได้ในราคาเบาๆ ทำให้ไปทางไหนก็มักจะเห็นช็อปเครื่องสำอางเกาหลีแทบจะทุกที่ และยิ่งถ้าฉลากมีคำว่า Made in Korea Read More