Blog Lifestyle

5 ทักษะการเงินที่ควรมีในปี 2023 

ปีใหม่แล้ว ใครหลายคนอาจต้องการหาช่องทางในการลงทุนใหม่ ๆ หรืออยากจะเริ่มลงทุนกับเขาบ้าง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางการเงิน เหมือนช่วงพิษเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นอีกเมื่อไรก็ได้ในอนาคต 

แต่การการออมเงินด้วยการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงทุนรายใหม่ หรือผู้ลงทุนเดิมแต่ต้องการหาแหล่งลงทุนใหม่ ๆ ควรจะต้องมีความรู้ด้านการเงิน โดยการศึกษาการเงิน เพื่อให้มีทักษะกรเงินพื้นฐาน และมีเทคนิคในการลงทุนด้วย ทำให้การออมเงินเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุดจนล้มคะมำและน็อคไปเสียก่อน วันนี้เรามี 5 ทักษะการเงินที่ ซึ่งเป็นเทคนิคการลงทุนที่นักลงทุนทั้งหลายควรมี เพื่อใช้ในการต่อยอดในการเลือกลงทุนได้อย่างเหมาะสม และเพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มพูนความมั่นคงในทางการเงิน  

ทักษะการเงิน และความหมายของการเงินคืออะไร 

การเงิน คือ ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ด้านการเงิน และการตัดสินใจทางการเงินในทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ซึ่ง ทักษะ หมายความว่าสามารถฝึกกันได้ ดังนั้น ทักษะการเงิน จึงเป็นการศึกษาและฝึกฝนเพื่อการจัดสรรการเงินให้เป็นระบบ และสุขภาพทางเงินของเราก็แข็งแรง มีเงินหมุนเวียนแม้ในช่วงยามจำเป็น 

5 ทักษะการเงิน มีอะไรบ้าง 

1.ทักษะการออม 

ทักษะการออม ข้อแรกที่สามารถฝึกฝนได้ง่ายที่สุด เพราะเรามีการถูกปลูกฝังให้ออมเงินกันตั้งแต่เด็ก เมื่อกลับจากโรงเรียน เงินเหลือเท่าไรก็ให้หยอดกระปุก และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยทำงาน การออมเงินนั้นสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ ออมก่อนจ่าย คือ เมื่อได้รับเงินเดือนก็แบ่งจำนวนเงินส่วนหนึ่งเก็บเข้าบัญชีก่อนที่จำนำส่วนที่เหลืออื่น ๆ ไปใช้จ่ายตามความเหมาะสม หรือ ออมใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นต่าง ๆ ก่อนแล้วเหลือเท่าไร จึงเก็บออมไว้ แต่..การออมที่สำเร็จส่วนใหญ่ คือ การออมก่อนจ่าย เพราะจะช่วยให้เราแบ่งสัดส่วนการออมได้อย่างชัดเจน และยังเป็นการฝึกวินัยการออมไปในตัว  

ข้อคิด : เงินก้อนแรกที่ควรเก็บออมไว้ คือ กองทุนเงินเผื่อฉุกเฉิน โดยจะเลือกเป็นเงินฝากประจำ เงินฝากออกทรัพย์ หรือลงทุนในกองทุนตราสารตลาดเงินที่มีสภาพคล่อง เพื่อไว้เป็นเงินสำรองในกรณีที่ขาดรายได้ หรือในภาวะจำเป็น เช่น เมื่อตกงาน เกิดอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ หรือเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นต้น  

2. ทักษะลดค่าใช้จ่าย วางแผนภาษีให้เป็น 

ทักษะลดค่าใช้จ่ายจะยากหรือง่าย มักจะขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิตของแต่ละคน เพราะความต้องการและความจำเป็นของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ทักษะลดค่าใช้จ่ายในตรงนี้จึงหมายถึง การแยกให้ได้ระหว่าง ความจำเป็น กับ ความต้องการ (need / want) สิ่งจำเป็นที่ต้องใช้อยู่ประจำ หรือ สิ่งที่เพียงแค่สนองความอยาก ซึ่งการฝึกทักษะนี้จะรวมไปถึงการยับยั้งชั่งใจในต่อการใช้จ่ายในกิจวัตรประจำวัน และส่วนอื่น ๆ จนกลายเป็นภาครวมตลอดปี

การจ่ายภาษี เป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกคน ซึ่งจะต้องทำการจ่ายภาษีทุกปี ดังนั้น หากรู้จักวางแผนจ่ายภาษีให้เป็น รู้ข้อกำหนดและสิทธิ์ต่าง ๆ จากการลดหย่อนภาษี จะช่วยให้เราสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามกฏหมายได้ นับว่าเป็นทักษะลดค่าใช้จ่ายได้ด้วยเช่นกัน เช่น การยื่นลดหย่อนกรณีเลี้ยงดูบุพการี กรณีแยกยื่นหรือมีคู่สมรส กรณีได้รับดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการลงทุน เป็นต้น 

ข้อคิด : จำกัดงบประมาณในการใช้จ่าย ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และเริ่มลงทุนในประเภทจองตราสารทางการเงินบางอย่างที่สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อน เพื่อช่วยลดในส่วนภาษีได้ รวมถึงแหล่งเงินลงทุนที่สำคัญสำหรับใช้หลังเกษียณได้ เช่น กองทุนรวม SSF RMF หรือ ประกันชีวิต (ระยะเวลา 10 ปี ) 

3. ทักษะการหารายได้ เริ่มสร้าง Passive Income 

ทักษะในข้อนี้นับว่าเป็นอีกข้อสำคัญในชีวิต เพราะฝึกฝนและมีไว้จะไม่อดตายแน่นอน แต่การเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ให้มากกว่า 1 ช่องทาง ก็เป็นสิ่งจำเป็นของคนในยุคนี้เช่นกัน เพราะสามารถสร้างความมมั่งคั่งและอิสระภาพทางการเงินได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานพาร์ทไทม์ การเป็นฟรีแลนซ์รับงานมาทำที่บ้าน การเป็นตัวแทนขาย ขายของออนไลน์ รับสอนหนังสือหรือบรรยาย การทำ content ขาย  (เช่น การเขียน blog ถ่ายภาพ หรือเสนอขายเหล่า Youtuber) หรือการสร้าง Passive Income ด้วยการลงทุนกองทุนต่าง ๆ ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว 

ข้อคิด : รายได้ที่เหมาะสมสำหรับคนในเมืองปัจจุบัน ควรจะอยู่ที่ประมาณ อายุ x 1,000 บาท เช่น อายุ 30-35 ปี ควรมีรายได้ 30,000 บาท / เดือน จึงจะนับว่าดำรงชีพได้อย่างไม่เดือดร้อนนัก ส่วนเคล็ดลับคือ การสร้างฐานเงินลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ และนำเงินปันผลหรือเงินตอบแทนมาลงทุนต่อ

4. ทักษะการลงทุน 

ทักษะการลงทุน เป็นการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาทำให้มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยหลักของการลงทุน คือ การนำเงินที่เราเก็บสะสม หรือนำเงินคนอื่นแบบมีเงื่อนไขไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการออม ซึ่งผลตอบแทนที่ได้มากกว่าค่าใช้จ่าย จึงจะถือว่าเป็นการสร้างความอิสระภาพทางการเงิน จากการลงทุนแบบให้เงินทำงานอย่างเดียว โดยไม่เกี่ยวกับรายได้จากการทำงาน 

กองทุนรวมคืออะไร? กองทุนรวม คือ การลงทุนในรูปแบบหนึ่งที่สามารถต่อยอดความมั่งคั่งทางการเงินให้กับเราได้ และยังเป็นการลงทุนที่นับว่าสะดวกสบายที่สุดให้กับนักลงทุนทุกประเภท โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ รวมไปถึงนักลงทุนมืออาชีพที่ไม่มีเวลาติดตามพอร์ตหุ้น นอกจากนี้ กองทุนรวมยังเป็นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสะดวกสุด ๆ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลบริหารกองทุนแทนเรา 

ข้อคิด :  ควรหาและเลือกลงทุนกับกองทุนรวมที่กระจายไปในทุกสินทรัพย์ครบทั้งในประเทศและต่างประเทศ และให้ใช้กองทุนนี้เป็นกองทุนหลัก หรือ Cor Portfolio 

5. ทักษะวางแผนการเงิน เปิดรับโอกาสการลงทุนต่างประเทศ 

การวางแผนการเงิน คือ การบริหารจัดการการเงินของเราให้สอดคล้องกันในทุกด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของเรา ตามเป้าหมายที่ต่างกันไปของแต่ละคน ซึ่งย่อมจะมีความแตกต่างกันไป  ดังนั้น การวางแผนการเงินของแต่ละคนก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน อย่างการลงทุนต่างประเทศ ก็นับว่าเป็นช่องทางในการสร้างโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับเรา และยังถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงจากสาวะเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี 

ข้อคิด : ควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ของสินทรัพย์ที่สนใจให้ดี และควรติดตามข่าวสารสภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ประกอบการลงทุน เพื่อเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงและมูลค่าเหมาะสมกับเรามากที่สุด 

You may also like

Business

รวมกองทุนปันผลที่น่าสนใจ กองทุนตัวไหนน่าจะเหมาะกับเรา

post-image

ใครที่เริ่มสนใจหรือมองหาการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนกับกองทุนไหนดี เพราะไม่เคยทำมาก่อน เราจะมาพาทำความรู้จักกับกองทุนปันผลในตลาดหุ้นหรือธีมที่นับว่าแข็งแกร่ง น่าสนใจที่จะลงทุน โดยจะเลือกลงทุนรายตัวหรือจัดเป็นพอร์ตให้กระจายตัวดี 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าระหว่าง หุ้นปันผลคืออะไร และกองทุนปันผลคืออะไร จะได้รู้ว่าเหมือนหรือต่างกัน  หุ้นปันผล เป็นหุ้นประเภทหนึ่งที่นักลงทุนต้องการจะมีเก็บไว้อยู่ในพอร์ตลงทุน เพื่อให้ได้เงินปันผลส่วนนี้เป็นรายได้เสริม หรืออาจกลายเป็นรายได้หลักหลังจากที่เกษียณไปแล้ว แต่บางคนอาจต้องการมีหุ้นปันผลเพื่อลดความเสี่ยง ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน หรือจะทำพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กองทุนปันผล คือ กองทุนที่นำกำไรที่ได้จากการลงทุนมาแจกจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนนั่นเอง โดยปัจจุบันบริษัทจะนิยมจ่ายเงินปันผล 2 แบบ ด้วยกัน คือ 

1. จ่ายเป็นเงินสด หรือ Cash Dividend คือรูปแบบที่บริษัทส่วนใหญ่นิยมกันมาก โดยมีเงินปันผลที่ได้มาจากกำไรสะสมของบริษัท โดยจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ ข้อดี คือ นักลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล โดยที่การลงทุนจะยังดำเนินต่อไป ส่วนข้อเสีย คือ เงินปันผลที่ได้อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก เนื่องจากมีการหักภาษีเงินปันผล 10% 

2. จ่ายเป็นหุ้น หรือ Equity Stock Dividend คือ การเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญ แล้วจึงจะนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลในอัตราส่วน 10 : 1 คือ ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้น ในทุก ๆ หุ้นเดิมที่ถืออยู่จำนวน 10 หุ้น หากถือหุ้นสามัญ 1,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น และถ้าถือหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 1,000 หุ้น เป็นต้น 

โดยปกติหุ้นปันผลจะมีอัตราเงินปันผลหรือ Dividend Yield โดยคำนวณมาจากเงินปันผลต่อหุ้น / ราคา แต่ในส่วนกองทุนปันผลจะบอกเพียงกองทุนปันผลคิดเป็นกี่บาท / หน่วย ในแต่ละครั้ง ทำให้นักลงทุนไม่สามารถรู้ได้ว่า Dividend เป็นเท่าไร 

แล้วจะรู้ Dividend Yield ได้อย่างไร ? 

วิธีการคาดการ Dividend Yield คือ นำส่วนปันผลรวมย้อนหลัง (…

Read More
Business Lifestyle

อัพเดท 7 เทรนด์สีปี 2023 สีไหนมาแรง แต่งบ้านรับปีเถาะกันเถอะ 

post-image

สำหรับคนรักบ้าน รักการตกแต่งบ้าน วันนี้เรามาจะอัพเดทเทรนด์สีปี 2023 ซึ่งสีเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมจากเทรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก และทางนิตยสาร Creative Thailand ได้รวบรวมจัดทำขึ้นทุกปี เพื่อส่งเสริมและผลักดันเศรษฐกิจไทย ภายใต้ CEA หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 

เราจึงได้นำมาอัพเดทเพื่อเป็นแนวไอเดียให้ใครที่กำลังต้องการจะจัดแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ หรือ ปีกระต่าย และเทรนด์สีเหล่านี้ ยังเหมาะต่อการไปใช้กับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงใช้เพื่อสื่อโฆษณาสินค้า การบริการ และงาน Events ต่าง ๆ อีกด้วย มีสีอะไรให้เพื่อน ๆ ได้นำไปใช้เสริมสร้างความปังและทันสมัยกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ 

Elfin Yellow : สีเหลืองอ่อน – ครีม 

สีเหลืองอ่อนไปจนถึงเกือบออกสีครีม โทนสีที่บ่งบอกถึงความเป็น Minimalism ที่ยังคงได้รับความนิยมในการตกแต่งบ้านเสมอมา เพราะให้ความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น อ่อนโยน สบายตา นอกจากนี้ โทนสีเหลืองอ่อนยังเป็นสีแห่งการรีเซ็ต การเริ่มหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ และยังเป็นสื่อถึงการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง 

การตกแต่งบ้านด้วยสีหลักอย่างโทนสีเหลืองอ่อนจะให้สไตล์บ้านมินิมอล แต่ถ้าต้องการเติมความสดใส และความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน อาจใช้เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์สีเหลือง ควบคู่ไปกับสีหลักของบ้านด้วยโทนสีเรียบ ๆ แทน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในช่วงซัมเมอร์สดใส 

Lime Green : สีเขียวมะนาว 

โดยปกติ สีเขียว มักจะทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม และมักจะเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ บ้าน และ สำนักงาน เพราะจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ แต่สำหรับเทรนด์สีปี 2566 ที่ต้องการเพิ่มความล้ำสมัยมากขึ้น ทำให้เฉดสีเขียวมะนาวเป็นสีที่จะมาแรงแซงทางโค้งอีกสีหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสีเขียวมะนาวจะสื่อถึงความสดใสและมีชีวิตชีวาของคนยุค Gen Z ได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำมาใช้บนโลกดิจิทัลมากขึ้น 

แม้ว่าสีเขียวมะนาวจะดูสดและจัดจ้านจนอาจไม่ไหวสำหรับการทาสีผนังบ้าน แต่สามารถนำมาใช้กับของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อเพิ่มความสดใสและความโดดเด่นให้กับบ้านมากขึ้น หรือจะลดเฉดลงอีกหน่อยด้วยสีเขียวแอปเปิลก็นับว่าเก๋กู๊ดเลยทีเดียว 

Blog Business Lifestyle Politics

วิธีเช็คเบอร์โทรศัพท์ มิจฉาชีพโทรหาเรา หรือใครโทรมากันแน่ 

post-image

ฮัลโหลวว! นั่นใครโทรมา มิจฉาชีพหรือเปล่าคะ? แต่คงไม่มีมิจฉาชีพคนไหนยอมรับแน่นอน แล้วเราจะมีวิธีไหนเช็คเบอร์ใครโทรมา หรือส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ที่ถ้าเผลอไปกด โดนดูดเงินสูญหมดบัญชี เราจึงต้องมีวิธีป้องกันโดนมิจฉาชีพหลอก ยิ่งช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาด แถมตำรวจก็ยังทำอะไรไม่ได้ เป็นปัญหาสังคมและมีผู้เสียหายไปแล้วนับไม่ถ้วน เมื่อเราพึ่งใครไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตนเองก่อนในเบื้องต้น ด้วยวิธีต่อไปนี้ค่ะ 

Google 

เมื่อมีเบอร์แปลก ๆ โทรมาหา ไม่ว่าจะก่อนรับสายหรือหลังสายไปแล้ว แต่อยากรู้ว่าใช่เป็นเบอร์มิจฉาชีพหลอกโทรหาเราหรือไม่ ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหากับเว็บไซต์กูเกิล หากเป็นหมายเลของมิจฉาชีพที่มีประวัติหลอกลวง เราจะพบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้โพสเตือนภัยผ่านบนเว็บไซต์ 

Facebook 

เฟซบุคเป็นอีกช่องทางที่สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลก ๆ ที่ได้โทรหาเราไปใส่ช่องค้นหา (search) หากเป็นเบอร์ที่เคยมีประวัติหลอกลวง เราจะสามารถพบตามกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มขายของ กลุ่มเตือนภัย ฯลฯ มีผู้เสียหายได้โพสข้อความเตือนภัย พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์  

Line 

อีกช่องทางโซเชียลมีเดียที่ใช้สืบหาเบอร์มิจฉาชีพได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลกที่โทรหาเราไปใส่ในช่องเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะสามารถค้นหาเจอได้เฉพาะที่หมายเลขลงทะเบียนไลน์เท่านั้น หากแอดด้วยเบอร์โทรฯ แล้ว ไม่พบเจอเป็นผู้ใช้แอปไลน์ปกติทั่วไป ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ 

Whoscall 

Whoscall คือ แอปพลิเคชัน ที่รวบรวมฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ไว้เป็นพันล้านเบอร์ โดยมีผู้โหลดใช้แอป whoscall แล้วมากกว่า 70 ล้านครั้ง โดยแอปฯ นี้ จะมีการระบุหมายเลขโทรศัทพ์ของหน่วยงานต่าง ๆ เบอร์ขายสินเชื่อ เบอร์ขายประกัน รวมไปถึงเบอร์มิจฉาชีพ เมื่อไรที่เบอร์เหล่านี้โทรมา แอปฯ จะดึงข้อมูลมาแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือของเราทันที ทำให้เราสามารถเลือกที่จะรับสายหรือไม่ก็ได้  หรือทำการบล็อกเบอร์นั้นไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น whoscall มีฟังก์ชันให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นใคร เช่น เบอร์ขนส่ง เบอร์มิจฉาชีพ เป็นต้น ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปฯ Whoscall…

Read More
Lifestyle Travel

ชี้พิกัด 7 บ้านกระจกสวย ที่น่าไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

post-image

วันหยุดยาวทั้งทีหาที่เที่ยวฮีลใจกันดีกว่า มัดรวมพิกัด ที่เที่ยว บ้านกระจกใส วิวสวย นอนมองฟิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรมากั้นระหว่างเรา ให้ฟีลเหมือนเที่ยวต่างประเทศ มีที่ไหนบ้างไปดูกัน แล้วจัดกระเป๋ากันเล๊ยยย! 

Kissing Stars Glamping  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

kissing stars glamping บ้านแม่ลาย เชียงใหม่


เริ่มจากภาคเหนือของไทยกันก่อนเลย บ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมบนเนินเขา ติดกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนธรรมชาติโอบอุ้ม ด้านในกว้างขวาง นอนแช่อ่างดูดาวดาวเพลิน ๆ ยิ่งถ้าไปช่วงหน้าหนาว บรรยากาศดีได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้นเลย หรือไปช่วงหน้าฝน ก็ให้ความโรแมนติกไปอีกแบบ 

2. Morning Star Glamping เฟส 1 (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 1


บ้านกระจกใสกลางป่า ที่มาแล้วจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ฟินแลนด์ สไตล์การตกแต่งแบบอบอุ่น เน้นความเรียบง่าย เสมือนเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่จริง มีลำธารหน้าบ้าน หรือจะเลือกนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างชมวิวเพลิน ๆ ก็ฟีลดีทั้งคู่ มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องกังวลแม้จะมาในช่วงที่แดดเปรี้ยง 

3. Morning Star Glamping เฟส 2  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 2


ต่อด้วย พูลวิลล่า ริมลำธาร เฟส 2 บ้านกระจกใสทรงเอที่ให้ฟีลเมืองนอกสุด ๆ มีห้องนอนและน้องนั่งเล่นแยกกันภายในบ้านมีห้องน้ำ 2 ห้อง สามารถเข้าพักได้ 2-4 คน มีทั้งอ่างในห้องและสระน้ำอุ่น outdoor แช่น้ำอุ่น ดูดาว รับลมหนาวริมลำธาร ถ้าจะบรรยากาศดีขนาดนี้ ต้องไปให้ได้สักครั้งแล้วล่ะ 

4. หลงเขาแคมป์ ภูทับเบิก (ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์) 

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน