กลิ่นเท้า คือ กลิ่นที่สร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นที่ได้กลิ่น และความหงุดหงิดใจให้กับเจ้าของเท้าที่มีกลิ่น จนไม่กล้าที่จะถอดรองเท้าในที่สาธารณะ หรือเมื่อจำเป็นต้องถอดรองเท้าเมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย ก็รู้สึกกังวล ขาดความมั่นใจ และรู้สึกอับอายกับกลิ่นเท้าของตนเอง
ซึ่งกลิ่นเท้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใส่รองเท้ามิดชิดตลอดวัน หรือใส่รองเท้าคู่เดิม ๆ เป็นประจำ รวมไปถึงสภาพอากาศ ก็ส่งผลต่อการเกิดกลิ่นเท้าของเราได้ด้วยเช่นกัน
เท้าเหม็นเกิดจากอะไร
สาเหตุของเท้าเหม็น เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น บางคนเท้าเหม็นเกิดจากมีเหงื่อที่เท้ามาก ทำให้มีการหมักหมมที่เท้ามีกลิ่นได้ง่าย รองเท้าหรือถุงเท้ามีความอับชื้น การใส่ถุงเท้าซ้ำ ๆ โดยไม่ซัก ล้างเท้าไม่สะอาด หรือใส่รองเท้าที่คับแน่นเกินไป รวมไปถึงการบริโภคอาหารที่ไขมันมากเกินไป

รองเท้าที่ถูกใช้งานเป็นประจำ ก็อาจเกิดการสะสมกลิ่นเหงื่อจนทำให้เท้ามีกลิ่นเหม็นได้เช่นกัน ลองถอดรองเท้าคู่โปรดวางทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง เปลี่ยนไปใส่คู่อื่นแทนไปก่อนในช่วงนี้ และระหว่างนี้เรามาแก้กลิ่นเท้า ด้วยวิธีที่มีให้เลือกนำไปทำตามได้ง่าย ๆ ต่อไปนีั
ขั้นตอนแรก : แก้กลิ่นเหม็นที่เท้าของเรา
1. แช่เท้าในน้ำอุ่นที่ผสมด้วยเกลือและมะนาว
จะใช้เกลืออย่างเดียว หรือผสมกับมะนาวด้วยก็ได้ โดยนำเกลือและมะนาวลงไปผสมในน้ำอุ่น จากนั้นแช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง กลิ่นเท้าก็จะค่อย ๆ หายไป
2. ขัดเท้าด้วยสารส้ม
สารส้มนอกจากจะช่วยลดกลิ่นเหงื่อได้แล้ว ยังช่วยลดกลิ่นเท้าเหม็นได้อีกด้วย โดยขณะอาบน้ำ ให้นำสารส้มมาถู ๆ ที่เท้าให้ทั่วทุกซอกทุกมุม หรือจะใช้สารส้มกวนผสมกับน้ำ แล้วแช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที ก็ได้เช่นกัน
3. แช่เท้าด้วยน้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย นอกจากใช้ปรุงอาหาร ยังนำมาใช้ขจัดกลิ่นเท้าได้ โดยผสมน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นในปริมาณที่พอแช่ได้ท่วมหลังเท้า ล้างเท้าให้สะอาดก่อนนำเท้าลงไปแช่ในน้ำ ประมาณ 5 – 10 นาที จากนั้นใช้แปรงเล็ก ๆ ขัดเท้าให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณซอกนิ้วเท้า เล็บเท้า ตาตุ่มและส้นเท้า ก่อนล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง และซับเท้าให้แห้ง
4. ขัดเท้าด้วยเปลือกมะนาว
นำเปลือกมะนาวมาถูบริเวณซอกนิ้วเท้า เมื่อถูเท้าไปเรื่อย ๆ แล้วเปลือกมะนาวเริ่มแห้ง ให้ชุบกับน้ำอุ่น ๆ แล้วนำมาขัดต่อได้ โดยระวังอย่านำเปลือกมะนาวไปขัดถูบริเวณที่มีแผล เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองและแสบแผลได้
5. ขัดเท้าด้วยเบกกิ้งโซดา
นอกจากจะใช้ประกอบในการทำขนม เบกกิ้งโซดาแก้เท้าเหม็นได้อีกด้วย โดยการนำเบกกิ้งโซดาผสมน้ำพอให้เป็นเนื้อครีม แล้วนำมาทาให้ทั่วเท้า จากนั้นใช้แปรงเล็ก ๆ ขัดให้เบา ๆ ให้ทั่วเท้า โดยเน้นตามซอกเล็บ และนิ้วเท้าเป็นพิเศษ เพราะบริเวณนี้มักเกิดการอับชื้นได้ง่าย ทำให้เกิดแบคทีเรียจนมีกลิ่นเท้า ขัดวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่ให้สะอาด จากนั้นซับเท้าให้แห้ง ทำเป็นประจำ กลิ่นเท้าก็จะค่อย ๆ ลดหายไป
6. ใช้แป้งทาเท้าก่อนใส่ถุงเท้า
ใช้แป้งโยคีหรือแป้งเด็กก็ได้ ทาให้ทั่วเท้าก่อนใส่ถุงเท้าหรือรองเท้า เพื่อให้แป้งช่วยดูดซับเหงื่อระหว่างวัน ป้องกันการหมักหมมของเหงื่อในรองเท้า สาเหตุที่ก่อให้เกิดกลิ่นเท้าและรองเท้าเหม็นอับ
7. แช่เท้าด้วยถุงชาเก่า
นำถุงชาที่ใช้แล้ว ประมาณ 4 – 5 ถุง แช่ในน้ำอุ่น แล้วนำเท้าลงไปแช่ประมาณ 10 – 15 นาที ถุงชาจะช่วยกำจัดแบคทีเรียที่เท้าได้ ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เท้าก็จะสะอาด และลดกลิ่นเท้าเหม็นจนจางหายไปในที่สุด

ขั้นตอนที่ 2 : แก้กลิ่นเท้าเหม็นที่รองเท้า
1. ใช้แผ่นรองเท้า
แผ่นรองเท้า คือ แผ่นที่ทำหน้าที่รองกั้นระหว่างเท้ากับรองเท้า ป้องกันไม่ให้เหงื่อจากที่เท้าไหลซึมลงไปยังรองเท้า เพราะจะทำให้รองเท้ามีกลิ่น ซึ่งที่แผ่นรองเท้านี้เองที่จะมีการสะสมเหงื่อจากเท้าของเราทุกวัน ดังนั้น ควรถอดแผ่นรองเท้านำไปซักทำความสะอาด และควรมีแผ่นรองเท้าสำรอง ไว้ใช้สลับกันระหว่างซัก จะช่วยลดการสะสมของเหงื่อและกลิ่นเท้าได้
2. ใช้แป้งโรยรองเท้า
ใช้แป้งเด็กหรือแป้งโยคี โรยลงในรองเท้า แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน จะช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับรองเท้าให้จางหายไปได้
กรณีที่กลิ่นเท้าเกิดจากรองเท้าหรือถุงเท้าไม่สะอาด ให้หมั่นซักรองเท้าบ่อย ๆ และควรซักถุงเท้าเป็นประจำ อย่าใส่ซ้ำโดยไม่ซัก และนำไปตากไว้กลางแดด เพื่อให้แสงแดดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคต่าง ๆ หรือที่มีลมพัดโกรก เพื่อให้รองเท้าแลเะถุงเท้าแห้งสนิท สะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นเหม็นอับ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยขจัดกลิ่นเหม็นที่รองเท้า ใส่เมื่อไรก็ไม่ทำให้เท้าเหม็น และมั่นใจทุกครั้งเมื่อต้องถอดรองเท้า

















