Lifestyle Blog

ห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย ต้องจัดยังไงถึงจะดี 

ความเชื่อและศรัทธาในหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยมีเพิ่มกันมากขึ้นในประเทศไทย เรียกได้ว่าจะทำอะไรก็ต้องมูไว้ก่อน แม้แต่เบอร์มือถือไปจนถึงการนอนก็ต้องเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ย เราเคยพูดถึงเรื่องเบอร์ไปแล้ว ในบทความนี้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราจะมากล่าวถึงการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า จะได้รู้เคล็ดลับและปรับนำไปใช้ ใครสายมู..แล้วเลื่อนผ่าน ถือว่าพลาด เราเตือนคุณแล้วน๊าา 

ห้องนอนนอกจากไว้สำหรับนอนพักผ่อนแล้ว ยังเป็นห้องส่วนตัวที่เรามักจะใช้เวลามากกว่าห้องอื่นๆ เพราะเพียงแค่ใช้เวลานอนก็อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงแล้ว นี่ยังไม่นับช่วงเวลาส่วนตัวที่เรามักจะขลุกอยู่ในห้อง จึงไม่แปลกที่ห้องนอนของบางคน จะมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็นเล็ก (แช่เครื่องสำอางและน้ำดื่ม) หรือรูปแบบการจัดห้องนอนสมัยใหม่ ที่นิยมนำต้นไม้ประดับในห้องนอน 

วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

1.ไม่ควรมีต้นไม้และน้ำไว้ในห้องนอน 

เพราะตามหลักฮวงจุ้ยของคนจีน ต้นไม้เป็นพลังหยางสูง มีพลังงานไหลเวียนไม่หยุดนิ่ง อาจส่งผลต่อการนอนหลับได้ไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น แต่แนะนำให้ใช้ภาพวิวธรรมชาติที่มีสีเขียวของต้นไม้ต่างๆ แทน แต่ไม่ควรเป็นภาพธรรมชาติ ที่เกี่ยวกับน้ำ อย่างวิวแม่น้ำ ทะเล เพราะตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนของจีน น้ำในห้องนอนจะทำให้การเงินขัดสนและอับโชค แต่ถ้าต้องการจะวางต้นไม้จริงๆ อาจต้องเลือกเป็นไม้ฟอกอากาศกระถางเล็กๆ สักกระถางเดียวก็พอ เพื่อช่วยดูดซับสารเคมี และช่วยฟอกอากาศเพื่อสุขภาพ

2.ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนมากเกินไป 

เครื่องใช้ไฟฟ้าจะปล่อยคลื่นความร้อน รบกวนการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนได้ไม่ดีพอ ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเสียง ฯลฯ และไฟเพดานก็ไม่ควรอยู่ในแนวตรงกับเตียงนอน แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ ก็หาฉากหรือผ้าม่านมาบังไว้ 

3.เตียงนอนตามหลักฮวงจุ้ยควรวางติดชิดผนังห้อง 

เตียงนอนหรือหัวเตียงตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีควรวางติดชิดผนัง เพราะเหมือนมีหลักพิง ให้คุณได้หลับอย่างอุ่นใจและรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ควรให้หัวเตียงติดหน้าต่าง เพราะตามหลักการจัดห้องนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ย การวางหัวเตียงติดหน้าต่างจะทำให้ขาดความมั่นคง ไม่มีบารมีหนุนนำ กิจการหรือหน้าที่การงานไม่เจริญก้าวหน้า และพลังงานการนอนหลับจะถูกดูดออกไป ทำให้เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกงัวเงีย ไม่สดชื่น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้ฉากกั้นหรือติดผ้าม่าน แก้ไขผลที่ไม่ดีของฮวงจุ้ย 

4.ไม่วางเตียงนอนให้ปลายเตียงตรงกับประตูเป็นแนวตรง 

การนอนตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า หากวางเตียงนอนโดยให้ปลายเตียงตรงกับประตูเป็นแนวตรง พลังงานชี่ที่เข้าทางประตู จะปะทะกับคุณโดยตรง ส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เจ็บป่วยง่าย และยังเชื่อว่าวิญญาณจะออกจากร่างไปทางประตู อีกทั้งไม่ควรหันหัวเตียงไปทางประตูห้อง เพราะจะถูกรบกวนจากเสียงภายนอก ทำให้นอนหลับไม่สนิท ส่งผลต่อสุขภาพ หน้าที่การงานถอถอย ดังนั้นจึงไม่ควรให้เตียงนอนหันปลายเตียง หรือหัวเตียงให้ตรงกับประตูห้อง และวางเตียงให้ห่างจากประตูห้องนอนให้มากที่สุด 

5.ไม่ควรวางกระจกไว้ที่ปลายเตียงหรือด้านข้างเตียง 

การวางกระจกและภาพใบหน้าคน ไว้ที่ปลายเตียงหรือด้านข้างเตียง กระจกจะสะท้อนพลังงานไม่ดีเข้าหาตัวคนหลับ และเหมือนมีดวงตาที่คอยจดจ้องอยู่ตลอดเวลา หลอกหลอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท ฝันร้าย ส่งผลต่อสุขภาพการนอน และสะสมเป็นความเครียด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาด้วยการหาอะไรมากั้นไว้ อย่างเช่น ฉาก มู่ลี หรือนำผ้าคลุมไว้ 

6.ห้องนอนสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย

แบบห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องสะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบๆเตียงนอนจะต้องโล่ง ไม่มีการวางสิ่งของระเกะระกะจนเดินไม่ได้ สามารถเดินได้สะดวก เตียงนอนไม่ควรมีความสูงมากเกินไป เพื่อให้ได้รับพลังงานจากธาตุดินอยู่ และควรปล่อยให้ใต้เตียงโล่ง เพราะจะทำให้พลังงานไหลเวียนได้ดี

เมื่อรู้หลักการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูการแต่งห้องด้วยสีประจำวันเกิดบ้าง จะได้จัดห้องนอนกันให้ถูกทั้งหลักทั้งศาสตร์ นอนสุขภาพดี และเสริมโชคลาภกันให้สุด

แต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยด้วยสีประจำวันเกิด

ห้องนอนคนเกิดวันอาทิตย์ 

แม้ว่าสีประจำวันเกิดคนวันอาทิตย์คือสีแดง แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องแต่งห้องนอนธีมสีแดง เพราะสีแดงเป็นสีแห่งธาตุไฟ ให้ความร้อน มีพลังงานรุนแรง ไม่เหมาะกับแต่งห้องนอน ที่ไว้สำหรับพักผ่อน แต่ควรแต่งห้องนอนคนวันอาทิตย์ด้วยสีขาวนวล หรือสีเทาควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นผนังห้องนอน หรือเพดานสีขาวนวลตา ผ้าม่าน และอุปกรณ์ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยธีมสีเขียวอ่อน จะช่วยให้เจ้าของห้องนอนที่เกิดวันอาทิตย์ มีจิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย และช่วยเสริมโชคลาภ

ห้องนอนคนเกิดวันจันทร์ 

คนเกิดวันจันทร์มีสีประจำวันเกิดคือ สีเหลือง แต่ถ้าจะนำสีเหลืองมาตกแต่งห้องนอน ควรเป็นเฉดสีเหลืองอ่อน สีเหลืองพาสเทล และโทนสีอ่อนๆ เช่น สีครีม สีขาว สีเขียวอ่อน จะช่วยเสริมชะตาคนวันจันทร์ ให้พบแต่เรื่องดีๆ และมีความสุข ไม่ควรใช้สีเหลืองสด และสีโทนร้อนหรือสดใส อย่างสีชมพู สีแดง แต่ถ้าต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งกระจุกกระจิก ก็อาจใช้เป็นโทนสีพาสเทล อย่างชมพูพาสเทล ฟ้าพาสเทล เพราะต้องเป็นสีอ่อนนุ่ม เหมาะแก่การพักผ่อน และถูกโฉลกกับห้องนอนคนวันจันทร์ 

ห้องนอนคนเกิดวันอังคาร 

แน่นอนว่าคนเกิดวันอังคารมีสีประจำวันเกิดคือ สีชมพู ซึ่งเป็นสีที่มีให้ความรู้สึกถึงความอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่การเลือกแต่งห้องนอนคนเกิดวันอังคาร ควรใช้สีอ่อนๆ อาทิเช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน หรือสีเอิร์ธโทน พาสเทล จะช่วยเพิ่มความสงบและความสบายใจ ทั้งยังทำให้คนวันอังคารรู้สึกผ่อนคลายได้ดี และช่วยปัดเป่าพลังงานที่ไม่ดีออกไป หากต้องการตกแต่งให้ดูร่วมสมัย หรือมีลูกเล่น อาจเติ่มแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงิน เทา หรือสีขาวเมทัลลิค 

ห้องนอนคนเกิดวันพุธ

คนเกิดวันพุธจะมีสีประจำวันเกิดคือ สีเขียว ซึ่งสีเขียวจะให้นิยามของความสดชื่น ร่มรื่น เย็น ผ่อนคลาย สบายตา แต่คนเกิดวันพุธมีความพิเศษกว่าวันอื่นตรงที่ มีการแบ่งเป็น คนวันพุธกลางวัน และคนวันพุธกลางคืน ดังนั้นการแต่งห้องนอนให้ถูกโฉลกของคนวันพุธทั้งสอง จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วย

คนเกิดวันพุธกลางวัน เสริมดวงชะตาด้วยการจัดฮวงจุ้ยห้องนอนตามวันเกิด ด้วยสีฟ้า สีส้ม สีขาว และสีดำ หากต้องการนอนหลับลึกได้ยาวนาน ให้แต่งโทนดำ เพราะแสงน้อย ดูคลาสสิค และสงบ แต่ถ้าต้องการห้องนอนที่ช่วยกระตุ้นพลังงานหลังตื่นนอน ก็เลือกแต่งโทนสีสัมอ่อน ส้มพาสเทลเป็นหลัก และแต่งผ้าปูเตียง ปลอกหมอน โทนสีขาว สีฟ้า 

คนเกิดวันพุธกลางคืน สีห้องนอนที่ถูกโฉลกคือ สีชมพู สีเทา สีเขียวอ่อน และ สีขาวนวล ควรตกแต่งด้วย 2 สีขึ้นไป อาจเป็นการแต่งทูโทน หรือการมิกซ์แอนด์แมชท์ ให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น จะแต่งโทนเทา-ชมพู หรือใช้สีขาวเป็นหลัก แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีเทา สีเขียวอ่อน ก็เสริมมงคลให้กับคนวันพุธกลางคืนได้ดี

ห้องนอนคนเกิดวันพฤหัสบดี 

คนเกิดวันพฤหัสบดี คือ สีแสด หรือสีส้ม โดยจะให้ความรู้สึกสดใส เจิดจ้า มีชีวิตชีวา และสีที่จะช่วยเสริมโชคตามหลักฮวงจุ้ยให้กับห้องนอนคนเกิดวันพฤหัสบดี  คือโทนสีส้มอ่อน สีพีช สีเหลืองครีม สีขาว สีฟ้าอ่อน และสีน้ำตาล หากใช้สีฟ้าอ่อนเป็นหลัก และแต่งเติมด้วยสีขาว จะช่วยให้ห้องมีความอ่อนละมุน มีโปร่ง สบายๆ แต่ถ้าใช้โทนสีส้มอ่อนหรือสีพีช สีเหลืองครีม และใช้เฟอร์นิเจอร์สีฟ้าอ่อน จะเพิ่มความสดใส และดูอบอุ่น 

ห้องนอนคนเกิดวันศุกร์

สีประจำวันเกิดของคนวันศุกร์คือ สีฟ้า สีแห่งความแจ่มใส สบายตา กว้างขวาง เป็นอีกสีที่ได้รับความนิยมในการนำมาแต่งห้องนอน แต่สำหรับห้องนอนคนวันศุกร์ตามหลักฮวงจุ้ย คือสีพีช สีขาว และสีเขียวอ่อน แต่อาจแต่งด้วยผ้าม่านสีฟ้า สีเหลืองครีม หรือสีส้มอ่อน และอาจใช้เฟอร์นิเจอร์ธีมเขียวอ่อน ให้ความเป็นมินิมอล เเพราะสีดังกล่าวจะช่วยเสริมความโชคดีให้กับชาววันศุกร์ได้เป็นอย่างดี

ห้องนอนคนเกิดวันเสาร์ 

สีประจำวันเกิดของคนวันเสาร์ คือ สีม่วง ที่ให้นิยามถึง ความลึกลับ น่าเกรงขาม และอาจแฝงด้วยความเศร้า แต่ก็มีไม่น้อยที่คนนำมาตกแต่งห้องนอน ทำให้ดูเยือกเย็น สงบ เคร่งขรึม จริงใจ และเท่ไปอีกแบบ แต่สีที่ถูกโฉลกกับห้องนอนคนวันเสาร์ ได้แก่ โทนสีอ่อน สีขาว สีควันบุหรี่ และสีเขียวอ่อน หรือสีเขียวพาสเทล เพราะสีเหล่านี้จะทำให้คนวันเสาร์รู้สึกสงบ สบายใจ และปลอดภัย นอนหลับได้สนิท โดยอาจจะเพิ่มการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเทาเข้ม หรือสีเทาพาสเทล เพราะนอกจากจะส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับและโชคลาภแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเก๋และความเป็นโมเดิร์นให้กับห้องนอนคนวันเสาร์มากขึ้นด้วย 

การจัดห้องนอนโดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะตกแต่งโดยใช้หลักความสวยงาม และประโยชน์การใช้สอย แต่ถ้าจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยด้วย จะยิ่งช่วยส่งเสริมทั้งเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และความรัก ของเจ้าห้องนอนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และทั้งหมดที่เรานำมาฝากในบทความนี้ ก็เป็นเพียงหลักฮวงจุ้ยเบื้องต้น ที่สามารถนำไปปรับ และทำตามได้ง่ายๆ และอย่าลืมว่า..นี่เป็นศาสตร์แห่งความเชื่อส่วนบุคคล ควรพิจารณาและทำตามด้วยเหตุผล 

You may also like

Business

รวมกองทุนปันผลที่น่าสนใจ กองทุนตัวไหนน่าจะเหมาะกับเรา

post-image

ใครที่เริ่มสนใจหรือมองหาการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนกับกองทุนไหนดี เพราะไม่เคยทำมาก่อน เราจะมาพาทำความรู้จักกับกองทุนปันผลในตลาดหุ้นหรือธีมที่นับว่าแข็งแกร่ง น่าสนใจที่จะลงทุน โดยจะเลือกลงทุนรายตัวหรือจัดเป็นพอร์ตให้กระจายตัวดี 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าระหว่าง หุ้นปันผลคืออะไร และกองทุนปันผลคืออะไร จะได้รู้ว่าเหมือนหรือต่างกัน  หุ้นปันผล เป็นหุ้นประเภทหนึ่งที่นักลงทุนต้องการจะมีเก็บไว้อยู่ในพอร์ตลงทุน เพื่อให้ได้เงินปันผลส่วนนี้เป็นรายได้เสริม หรืออาจกลายเป็นรายได้หลักหลังจากที่เกษียณไปแล้ว แต่บางคนอาจต้องการมีหุ้นปันผลเพื่อลดความเสี่ยง ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน หรือจะทำพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กองทุนปันผล คือ กองทุนที่นำกำไรที่ได้จากการลงทุนมาแจกจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนนั่นเอง โดยปัจจุบันบริษัทจะนิยมจ่ายเงินปันผล 2 แบบ ด้วยกัน คือ 

1. จ่ายเป็นเงินสด หรือ Cash Dividend คือรูปแบบที่บริษัทส่วนใหญ่นิยมกันมาก โดยมีเงินปันผลที่ได้มาจากกำไรสะสมของบริษัท โดยจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ ข้อดี คือ นักลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล โดยที่การลงทุนจะยังดำเนินต่อไป ส่วนข้อเสีย คือ เงินปันผลที่ได้อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก เนื่องจากมีการหักภาษีเงินปันผล 10% 

2. จ่ายเป็นหุ้น หรือ Equity Stock Dividend คือ การเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญ แล้วจึงจะนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลในอัตราส่วน 10 : 1 คือ ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้น ในทุก ๆ หุ้นเดิมที่ถืออยู่จำนวน 10 หุ้น หากถือหุ้นสามัญ 1,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น และถ้าถือหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 1,000 หุ้น เป็นต้น 

โดยปกติหุ้นปันผลจะมีอัตราเงินปันผลหรือ Dividend Yield โดยคำนวณมาจากเงินปันผลต่อหุ้น / ราคา แต่ในส่วนกองทุนปันผลจะบอกเพียงกองทุนปันผลคิดเป็นกี่บาท / หน่วย ในแต่ละครั้ง ทำให้นักลงทุนไม่สามารถรู้ได้ว่า Dividend เป็นเท่าไร 

แล้วจะรู้ Dividend Yield ได้อย่างไร ? 

วิธีการคาดการ Dividend Yield คือ นำส่วนปันผลรวมย้อนหลัง (…

Read More
Business Lifestyle

อัพเดท 7 เทรนด์สีปี 2023 สีไหนมาแรง แต่งบ้านรับปีเถาะกันเถอะ 

post-image

สำหรับคนรักบ้าน รักการตกแต่งบ้าน วันนี้เรามาจะอัพเดทเทรนด์สีปี 2023 ซึ่งสีเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมจากเทรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก และทางนิตยสาร Creative Thailand ได้รวบรวมจัดทำขึ้นทุกปี เพื่อส่งเสริมและผลักดันเศรษฐกิจไทย ภายใต้ CEA หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 

เราจึงได้นำมาอัพเดทเพื่อเป็นแนวไอเดียให้ใครที่กำลังต้องการจะจัดแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ หรือ ปีกระต่าย และเทรนด์สีเหล่านี้ ยังเหมาะต่อการไปใช้กับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงใช้เพื่อสื่อโฆษณาสินค้า การบริการ และงาน Events ต่าง ๆ อีกด้วย มีสีอะไรให้เพื่อน ๆ ได้นำไปใช้เสริมสร้างความปังและทันสมัยกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ 

Elfin Yellow : สีเหลืองอ่อน – ครีม 

สีเหลืองอ่อนไปจนถึงเกือบออกสีครีม โทนสีที่บ่งบอกถึงความเป็น Minimalism ที่ยังคงได้รับความนิยมในการตกแต่งบ้านเสมอมา เพราะให้ความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น อ่อนโยน สบายตา นอกจากนี้ โทนสีเหลืองอ่อนยังเป็นสีแห่งการรีเซ็ต การเริ่มหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ และยังเป็นสื่อถึงการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง 

การตกแต่งบ้านด้วยสีหลักอย่างโทนสีเหลืองอ่อนจะให้สไตล์บ้านมินิมอล แต่ถ้าต้องการเติมความสดใส และความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน อาจใช้เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์สีเหลือง ควบคู่ไปกับสีหลักของบ้านด้วยโทนสีเรียบ ๆ แทน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในช่วงซัมเมอร์สดใส 

Lime Green : สีเขียวมะนาว 

โดยปกติ สีเขียว มักจะทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม และมักจะเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ บ้าน และ สำนักงาน เพราะจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ แต่สำหรับเทรนด์สีปี 2566 ที่ต้องการเพิ่มความล้ำสมัยมากขึ้น ทำให้เฉดสีเขียวมะนาวเป็นสีที่จะมาแรงแซงทางโค้งอีกสีหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสีเขียวมะนาวจะสื่อถึงความสดใสและมีชีวิตชีวาของคนยุค Gen Z ได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำมาใช้บนโลกดิจิทัลมากขึ้น 

แม้ว่าสีเขียวมะนาวจะดูสดและจัดจ้านจนอาจไม่ไหวสำหรับการทาสีผนังบ้าน แต่สามารถนำมาใช้กับของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อเพิ่มความสดใสและความโดดเด่นให้กับบ้านมากขึ้น หรือจะลดเฉดลงอีกหน่อยด้วยสีเขียวแอปเปิลก็นับว่าเก๋กู๊ดเลยทีเดียว 

Blog Business Lifestyle Politics

วิธีเช็คเบอร์โทรศัพท์ มิจฉาชีพโทรหาเรา หรือใครโทรมากันแน่ 

post-image

ฮัลโหลวว! นั่นใครโทรมา มิจฉาชีพหรือเปล่าคะ? แต่คงไม่มีมิจฉาชีพคนไหนยอมรับแน่นอน แล้วเราจะมีวิธีไหนเช็คเบอร์ใครโทรมา หรือส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ที่ถ้าเผลอไปกด โดนดูดเงินสูญหมดบัญชี เราจึงต้องมีวิธีป้องกันโดนมิจฉาชีพหลอก ยิ่งช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาด แถมตำรวจก็ยังทำอะไรไม่ได้ เป็นปัญหาสังคมและมีผู้เสียหายไปแล้วนับไม่ถ้วน เมื่อเราพึ่งใครไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตนเองก่อนในเบื้องต้น ด้วยวิธีต่อไปนี้ค่ะ 

Google 

เมื่อมีเบอร์แปลก ๆ โทรมาหา ไม่ว่าจะก่อนรับสายหรือหลังสายไปแล้ว แต่อยากรู้ว่าใช่เป็นเบอร์มิจฉาชีพหลอกโทรหาเราหรือไม่ ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหากับเว็บไซต์กูเกิล หากเป็นหมายเลของมิจฉาชีพที่มีประวัติหลอกลวง เราจะพบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้โพสเตือนภัยผ่านบนเว็บไซต์ 

Facebook 

เฟซบุคเป็นอีกช่องทางที่สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลก ๆ ที่ได้โทรหาเราไปใส่ช่องค้นหา (search) หากเป็นเบอร์ที่เคยมีประวัติหลอกลวง เราจะสามารถพบตามกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มขายของ กลุ่มเตือนภัย ฯลฯ มีผู้เสียหายได้โพสข้อความเตือนภัย พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์  

Line 

อีกช่องทางโซเชียลมีเดียที่ใช้สืบหาเบอร์มิจฉาชีพได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลกที่โทรหาเราไปใส่ในช่องเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะสามารถค้นหาเจอได้เฉพาะที่หมายเลขลงทะเบียนไลน์เท่านั้น หากแอดด้วยเบอร์โทรฯ แล้ว ไม่พบเจอเป็นผู้ใช้แอปไลน์ปกติทั่วไป ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ 

Whoscall 

Whoscall คือ แอปพลิเคชัน ที่รวบรวมฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ไว้เป็นพันล้านเบอร์ โดยมีผู้โหลดใช้แอป whoscall แล้วมากกว่า 70 ล้านครั้ง โดยแอปฯ นี้ จะมีการระบุหมายเลขโทรศัทพ์ของหน่วยงานต่าง ๆ เบอร์ขายสินเชื่อ เบอร์ขายประกัน รวมไปถึงเบอร์มิจฉาชีพ เมื่อไรที่เบอร์เหล่านี้โทรมา แอปฯ จะดึงข้อมูลมาแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือของเราทันที ทำให้เราสามารถเลือกที่จะรับสายหรือไม่ก็ได้  หรือทำการบล็อกเบอร์นั้นไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น whoscall มีฟังก์ชันให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นใคร เช่น เบอร์ขนส่ง เบอร์มิจฉาชีพ เป็นต้น ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปฯ Whoscall…

Read More
Lifestyle Travel

ชี้พิกัด 7 บ้านกระจกสวย ที่น่าไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

post-image

วันหยุดยาวทั้งทีหาที่เที่ยวฮีลใจกันดีกว่า มัดรวมพิกัด ที่เที่ยว บ้านกระจกใส วิวสวย นอนมองฟิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรมากั้นระหว่างเรา ให้ฟีลเหมือนเที่ยวต่างประเทศ มีที่ไหนบ้างไปดูกัน แล้วจัดกระเป๋ากันเล๊ยยย! 

Kissing Stars Glamping  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

kissing stars glamping บ้านแม่ลาย เชียงใหม่


เริ่มจากภาคเหนือของไทยกันก่อนเลย บ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมบนเนินเขา ติดกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนธรรมชาติโอบอุ้ม ด้านในกว้างขวาง นอนแช่อ่างดูดาวดาวเพลิน ๆ ยิ่งถ้าไปช่วงหน้าหนาว บรรยากาศดีได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้นเลย หรือไปช่วงหน้าฝน ก็ให้ความโรแมนติกไปอีกแบบ 

2. Morning Star Glamping เฟส 1 (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 1


บ้านกระจกใสกลางป่า ที่มาแล้วจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ฟินแลนด์ สไตล์การตกแต่งแบบอบอุ่น เน้นความเรียบง่าย เสมือนเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่จริง มีลำธารหน้าบ้าน หรือจะเลือกนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างชมวิวเพลิน ๆ ก็ฟีลดีทั้งคู่ มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องกังวลแม้จะมาในช่วงที่แดดเปรี้ยง 

3. Morning Star Glamping เฟส 2  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 2


ต่อด้วย พูลวิลล่า ริมลำธาร เฟส 2 บ้านกระจกใสทรงเอที่ให้ฟีลเมืองนอกสุด ๆ มีห้องนอนและน้องนั่งเล่นแยกกันภายในบ้านมีห้องน้ำ 2 ห้อง สามารถเข้าพักได้ 2-4 คน มีทั้งอ่างในห้องและสระน้ำอุ่น outdoor แช่น้ำอุ่น ดูดาว รับลมหนาวริมลำธาร ถ้าจะบรรยากาศดีขนาดนี้ ต้องไปให้ได้สักครั้งแล้วล่ะ 

4. หลงเขาแคมป์ ภูทับเบิก (ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์) 

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน