Lifestyle Blog

ห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย ต้องจัดยังไงถึงจะดี 

ความเชื่อและศรัทธาในหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยมีเพิ่มกันมากขึ้นในประเทศไทย เรียกได้ว่าจะทำอะไรก็ต้องมูไว้ก่อน แม้แต่เบอร์มือถือไปจนถึงการนอนก็ต้องเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ย เราเคยพูดถึงเรื่องเบอร์ไปแล้ว ในบทความนี้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราจะมากล่าวถึงการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า จะได้รู้เคล็ดลับและปรับนำไปใช้ ใครสายมู..แล้วเลื่อนผ่าน ถือว่าพลาด เราเตือนคุณแล้วน๊าา 

ห้องนอนนอกจากไว้สำหรับนอนพักผ่อนแล้ว ยังเป็นห้องส่วนตัวที่เรามักจะใช้เวลามากกว่าห้องอื่นๆ เพราะเพียงแค่ใช้เวลานอนก็อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงแล้ว นี่ยังไม่นับช่วงเวลาส่วนตัวที่เรามักจะขลุกอยู่ในห้อง จึงไม่แปลกที่ห้องนอนของบางคน จะมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็นเล็ก (แช่เครื่องสำอางและน้ำดื่ม) หรือรูปแบบการจัดห้องนอนสมัยใหม่ ที่นิยมนำต้นไม้ประดับในห้องนอน 

วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

1.ไม่ควรมีต้นไม้และน้ำไว้ในห้องนอน 

เพราะตามหลักฮวงจุ้ยของคนจีน ต้นไม้เป็นพลังหยางสูง มีพลังงานไหลเวียนไม่หยุดนิ่ง อาจส่งผลต่อการนอนหลับได้ไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น แต่แนะนำให้ใช้ภาพวิวธรรมชาติที่มีสีเขียวของต้นไม้ต่างๆ แทน แต่ไม่ควรเป็นภาพธรรมชาติ ที่เกี่ยวกับน้ำ อย่างวิวแม่น้ำ ทะเล เพราะตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนของจีน น้ำในห้องนอนจะทำให้การเงินขัดสนและอับโชค แต่ถ้าต้องการจะวางต้นไม้จริงๆ อาจต้องเลือกเป็นไม้ฟอกอากาศกระถางเล็กๆ สักกระถางเดียวก็พอ เพื่อช่วยดูดซับสารเคมี และช่วยฟอกอากาศเพื่อสุขภาพ

2.ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนมากเกินไป 

เครื่องใช้ไฟฟ้าจะปล่อยคลื่นความร้อน รบกวนการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนได้ไม่ดีพอ ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเสียง ฯลฯ และไฟเพดานก็ไม่ควรอยู่ในแนวตรงกับเตียงนอน แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ ก็หาฉากหรือผ้าม่านมาบังไว้ 

3.เตียงนอนตามหลักฮวงจุ้ยควรวางติดชิดผนังห้อง 

เตียงนอนหรือหัวเตียงตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีควรวางติดชิดผนัง เพราะเหมือนมีหลักพิง ให้คุณได้หลับอย่างอุ่นใจและรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ควรให้หัวเตียงติดหน้าต่าง เพราะตามหลักการจัดห้องนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ย การวางหัวเตียงติดหน้าต่างจะทำให้ขาดความมั่นคง ไม่มีบารมีหนุนนำ กิจการหรือหน้าที่การงานไม่เจริญก้าวหน้า และพลังงานการนอนหลับจะถูกดูดออกไป ทำให้เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกงัวเงีย ไม่สดชื่น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้ฉากกั้นหรือติดผ้าม่าน แก้ไขผลที่ไม่ดีของฮวงจุ้ย 

4.ไม่วางเตียงนอนให้ปลายเตียงตรงกับประตูเป็นแนวตรง 

การนอนตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า หากวางเตียงนอนโดยให้ปลายเตียงตรงกับประตูเป็นแนวตรง พลังงานชี่ที่เข้าทางประตู จะปะทะกับคุณโดยตรง ส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เจ็บป่วยง่าย และยังเชื่อว่าวิญญาณจะออกจากร่างไปทางประตู อีกทั้งไม่ควรหันหัวเตียงไปทางประตูห้อง เพราะจะถูกรบกวนจากเสียงภายนอก ทำให้นอนหลับไม่สนิท ส่งผลต่อสุขภาพ หน้าที่การงานถอถอย ดังนั้นจึงไม่ควรให้เตียงนอนหันปลายเตียง หรือหัวเตียงให้ตรงกับประตูห้อง และวางเตียงให้ห่างจากประตูห้องนอนให้มากที่สุด 

5.ไม่ควรวางกระจกไว้ที่ปลายเตียงหรือด้านข้างเตียง 

การวางกระจกและภาพใบหน้าคน ไว้ที่ปลายเตียงหรือด้านข้างเตียง กระจกจะสะท้อนพลังงานไม่ดีเข้าหาตัวคนหลับ และเหมือนมีดวงตาที่คอยจดจ้องอยู่ตลอดเวลา หลอกหลอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท ฝันร้าย ส่งผลต่อสุขภาพการนอน และสะสมเป็นความเครียด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาด้วยการหาอะไรมากั้นไว้ อย่างเช่น ฉาก มู่ลี หรือนำผ้าคลุมไว้ 

6.ห้องนอนสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย

แบบห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยนั้น จะต้องสะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบๆเตียงนอนจะต้องโล่ง ไม่มีการวางสิ่งของระเกะระกะจนเดินไม่ได้ สามารถเดินได้สะดวก เตียงนอนไม่ควรมีความสูงมากเกินไป เพื่อให้ได้รับพลังงานจากธาตุดินอยู่ และควรปล่อยให้ใต้เตียงโล่ง เพราะจะทำให้พลังงานไหลเวียนได้ดี

เมื่อรู้หลักการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูการแต่งห้องด้วยสีประจำวันเกิดบ้าง จะได้จัดห้องนอนกันให้ถูกทั้งหลักทั้งศาสตร์ นอนสุขภาพดี และเสริมโชคลาภกันให้สุด

แต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยด้วยสีประจำวันเกิด

ห้องนอนคนเกิดวันอาทิตย์ 

แม้ว่าสีประจำวันเกิดคนวันอาทิตย์คือสีแดง แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องแต่งห้องนอนธีมสีแดง เพราะสีแดงเป็นสีแห่งธาตุไฟ ให้ความร้อน มีพลังงานรุนแรง ไม่เหมาะกับแต่งห้องนอน ที่ไว้สำหรับพักผ่อน แต่ควรแต่งห้องนอนคนวันอาทิตย์ด้วยสีขาวนวล หรือสีเทาควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นผนังห้องนอน หรือเพดานสีขาวนวลตา ผ้าม่าน และอุปกรณ์ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยธีมสีเขียวอ่อน จะช่วยให้เจ้าของห้องนอนที่เกิดวันอาทิตย์ มีจิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย และช่วยเสริมโชคลาภ

ห้องนอนคนเกิดวันจันทร์ 

คนเกิดวันจันทร์มีสีประจำวันเกิดคือ สีเหลือง แต่ถ้าจะนำสีเหลืองมาตกแต่งห้องนอน ควรเป็นเฉดสีเหลืองอ่อน สีเหลืองพาสเทล และโทนสีอ่อนๆ เช่น สีครีม สีขาว สีเขียวอ่อน จะช่วยเสริมชะตาคนวันจันทร์ ให้พบแต่เรื่องดีๆ และมีความสุข ไม่ควรใช้สีเหลืองสด และสีโทนร้อนหรือสดใส อย่างสีชมพู สีแดง แต่ถ้าต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งกระจุกกระจิก ก็อาจใช้เป็นโทนสีพาสเทล อย่างชมพูพาสเทล ฟ้าพาสเทล เพราะต้องเป็นสีอ่อนนุ่ม เหมาะแก่การพักผ่อน และถูกโฉลกกับห้องนอนคนวันจันทร์ 

ห้องนอนคนเกิดวันอังคาร 

แน่นอนว่าคนเกิดวันอังคารมีสีประจำวันเกิดคือ สีชมพู ซึ่งเป็นสีที่มีให้ความรู้สึกถึงความอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่การเลือกแต่งห้องนอนคนเกิดวันอังคาร ควรใช้สีอ่อนๆ อาทิเช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน หรือสีเอิร์ธโทน พาสเทล จะช่วยเพิ่มความสงบและความสบายใจ ทั้งยังทำให้คนวันอังคารรู้สึกผ่อนคลายได้ดี และช่วยปัดเป่าพลังงานที่ไม่ดีออกไป หากต้องการตกแต่งให้ดูร่วมสมัย หรือมีลูกเล่น อาจเติ่มแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงิน เทา หรือสีขาวเมทัลลิค 

ห้องนอนคนเกิดวันพุธ

คนเกิดวันพุธจะมีสีประจำวันเกิดคือ สีเขียว ซึ่งสีเขียวจะให้นิยามของความสดชื่น ร่มรื่น เย็น ผ่อนคลาย สบายตา แต่คนเกิดวันพุธมีความพิเศษกว่าวันอื่นตรงที่ มีการแบ่งเป็น คนวันพุธกลางวัน และคนวันพุธกลางคืน ดังนั้นการแต่งห้องนอนให้ถูกโฉลกของคนวันพุธทั้งสอง จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วย

คนเกิดวันพุธกลางวัน เสริมดวงชะตาด้วยการจัดฮวงจุ้ยห้องนอนตามวันเกิด ด้วยสีฟ้า สีส้ม สีขาว และสีดำ หากต้องการนอนหลับลึกได้ยาวนาน ให้แต่งโทนดำ เพราะแสงน้อย ดูคลาสสิค และสงบ แต่ถ้าต้องการห้องนอนที่ช่วยกระตุ้นพลังงานหลังตื่นนอน ก็เลือกแต่งโทนสีสัมอ่อน ส้มพาสเทลเป็นหลัก และแต่งผ้าปูเตียง ปลอกหมอน โทนสีขาว สีฟ้า 

คนเกิดวันพุธกลางคืน สีห้องนอนที่ถูกโฉลกคือ สีชมพู สีเทา สีเขียวอ่อน และ สีขาวนวล ควรตกแต่งด้วย 2 สีขึ้นไป อาจเป็นการแต่งทูโทน หรือการมิกซ์แอนด์แมชท์ ให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น จะแต่งโทนเทา-ชมพู หรือใช้สีขาวเป็นหลัก แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีเทา สีเขียวอ่อน ก็เสริมมงคลให้กับคนวันพุธกลางคืนได้ดี

ห้องนอนคนเกิดวันพฤหัสบดี 

คนเกิดวันพฤหัสบดี คือ สีแสด หรือสีส้ม โดยจะให้ความรู้สึกสดใส เจิดจ้า มีชีวิตชีวา และสีที่จะช่วยเสริมโชคตามหลักฮวงจุ้ยให้กับห้องนอนคนเกิดวันพฤหัสบดี  คือโทนสีส้มอ่อน สีพีช สีเหลืองครีม สีขาว สีฟ้าอ่อน และสีน้ำตาล หากใช้สีฟ้าอ่อนเป็นหลัก และแต่งเติมด้วยสีขาว จะช่วยให้ห้องมีความอ่อนละมุน มีโปร่ง สบายๆ แต่ถ้าใช้โทนสีส้มอ่อนหรือสีพีช สีเหลืองครีม และใช้เฟอร์นิเจอร์สีฟ้าอ่อน จะเพิ่มความสดใส และดูอบอุ่น 

ห้องนอนคนเกิดวันศุกร์

สีประจำวันเกิดของคนวันศุกร์คือ สีฟ้า สีแห่งความแจ่มใส สบายตา กว้างขวาง เป็นอีกสีที่ได้รับความนิยมในการนำมาแต่งห้องนอน แต่สำหรับห้องนอนคนวันศุกร์ตามหลักฮวงจุ้ย คือสีพีช สีขาว และสีเขียวอ่อน แต่อาจแต่งด้วยผ้าม่านสีฟ้า สีเหลืองครีม หรือสีส้มอ่อน และอาจใช้เฟอร์นิเจอร์ธีมเขียวอ่อน ให้ความเป็นมินิมอล เเพราะสีดังกล่าวจะช่วยเสริมความโชคดีให้กับชาววันศุกร์ได้เป็นอย่างดี

ห้องนอนคนเกิดวันเสาร์ 

สีประจำวันเกิดของคนวันเสาร์ คือ สีม่วง ที่ให้นิยามถึง ความลึกลับ น่าเกรงขาม และอาจแฝงด้วยความเศร้า แต่ก็มีไม่น้อยที่คนนำมาตกแต่งห้องนอน ทำให้ดูเยือกเย็น สงบ เคร่งขรึม จริงใจ และเท่ไปอีกแบบ แต่สีที่ถูกโฉลกกับห้องนอนคนวันเสาร์ ได้แก่ โทนสีอ่อน สีขาว สีควันบุหรี่ และสีเขียวอ่อน หรือสีเขียวพาสเทล เพราะสีเหล่านี้จะทำให้คนวันเสาร์รู้สึกสงบ สบายใจ และปลอดภัย นอนหลับได้สนิท โดยอาจจะเพิ่มการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเทาเข้ม หรือสีเทาพาสเทล เพราะนอกจากจะส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับและโชคลาภแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเก๋และความเป็นโมเดิร์นให้กับห้องนอนคนวันเสาร์มากขึ้นด้วย 

การจัดห้องนอนโดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะตกแต่งโดยใช้หลักความสวยงาม และประโยชน์การใช้สอย แต่ถ้าจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยด้วย จะยิ่งช่วยส่งเสริมทั้งเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และความรัก ของเจ้าห้องนอนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และทั้งหมดที่เรานำมาฝากในบทความนี้ ก็เป็นเพียงหลักฮวงจุ้ยเบื้องต้น ที่สามารถนำไปปรับ และทำตามได้ง่ายๆ และอย่าลืมว่า..นี่เป็นศาสตร์แห่งความเชื่อส่วนบุคคล ควรพิจารณาและทำตามด้วยเหตุผล 

You may also like

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน 

Business Lifestyle

เลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ในเฟซบุ๊กแบบไหนดี 

post-image

เมื่อเฟซบุ๊กให้มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮกบัญชีของผู้ใช้งานตัวจริง โดยทางแอป Facebook เอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเปิดใช้งาน Facebook Protect มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2021 และหากไม่มีการเปิดใช้งานดังกล่าว บัญชีอาจถูกล็อคและเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งหลักใจสำคัญของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นี้ มีให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่า ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูว่าการยืนยัน 2 ชั้น บนเฟสบุคมีแบบไหนบ้าง เรามาทำความเข้าใจเรื่องของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) คืออะไร กันก่อน

การยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ 2FA ย่อมาจาก two-factor authentication คือ ระบบที่ช่วยป้องกันการถูกแฮกบัญชี ด้วยการยืนยันตัวตนถึงการเป็นผู้ใช้บัญชีตัวจริง ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน 2 ปัจจัย โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจะเป็นการกรอกรหัส เมื่อผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง จะต้องใส่รหัสหรือกรอกข้อมูลตอบคำถามให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบและสามารถใช้งานบัญชีได้ โดยปัจจัยการเข้ารหัสชั้นที่สองนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

1.สิ่งที่คุณรู้ (Something you know) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เท่านั้นที่รู้ เช่น usename – password , Pincode  รูปแบบ Pattern บนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมไปถึงรหัสคำตอบจากคำถามลับ

2.สิ่งที่คุณมี (Something you have) สิ่งที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ การได้รับ OTP 

3.สิ่งที่คุณเป็น (Something you are) ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บัญชี เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 

หากมีการตั้ง 2FA และเมื่อโทรศัพท์เราหาย หรือถูกขโมย และอาจมีคนเห็นเราใช้รหัสและจดจำเพื่อจะใช้เครื่องเมื่อเราเผลอ แต่แฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถเข้าใช้บัญชีของเราได้ เพราะคนอื่นจะไม่มีรหัสชั้นที่ 2 และเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะสามารถทำการเข้าถึงบัญชีของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

การยืนยันตัวตนแบบ…

Read More
Lifestyle Business Health

ทริคประหยัดค่าไฟ ทำได้ง่าย เซฟมันนี่ได้ชัวร์ 

post-image

เพราะเราเป็นคนมีค่า … ค่าห้อง ค่ากิน ค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เราทุกคนล้วนเป็นคนมีค่า แล้วแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งเมืองไทยมีความร้อนเป็นทุน และมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นทุกปี จนต้องเปิดแอร์กันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟก็ทะลุเพดานอย่างไม่ปราณีกันเลย เรามีทริคประหยัดค่าไฟแบบง่ายๆ ที่ทำตามแล้ว ค่าไฟลดลง ช่วยเซฟมันนี่ เซฟโลกได้ด้วยนะ 

1. จัดห้องให้โปร่งโล่ง แต่งห้องให้สว่างเข้าไว้ 

เพราะห้องที่ข้าวของไม่รก ของไม่มากจนเกินไป จะทำให้อากาศ มีการหมุนเวียนได้มากขึ้น ห้องก็จะไม่ร้อนเกินไป แอร์ทำงานน้อยลง อาจลองแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ไม่เลวเลยนะ และการแต่งบ้านด้วยสีโทนสว่าง ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน 

2. ทำความสะอาดหลอดไฟ 

การทำความสะอาดหลอดไฟ จะช่วยให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน การที่มีฝุ่นเกาะหลอดไฟ และไปปิดตรงที่ระบายความร้อน จะยิ่งให้หลอดไฟทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ทำงานหนักขึ้นด้วย 

3. ทำความสะอาดตู้เย็นเสมอ 

กำจัดของหมดอายุออกจากตู้เย็น อย่าปล่อยให้ตู้เย็นรก อาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ควรใส่ตู้เย็น ก็ไม่ควรใส่เข้าไป แบบกินไม่หมดก็ยัดเข้าตู้เย็นไว้ก่อน เพราะมันจะทำใ้หตู้เย็นรก กระจายความเย็นได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำงานหนักขึ้น 

4. ซักผ้าและรีดผ้าครั้งละจำนวนมาก 

กรณีที่ใช้เครื่องซักผ้า ควรรวบรวมซักเครื่องต่อครั้งให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการรีดผ้า เพราะการเสียบปลั๊กใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะค่อนข้างกินไฟ จึงแนะนำว่า ซักสัปดาห์ละครั้งละ 1-2 ครั้ง และควรรีดผ้าในจำนวนเยอะ ๆ / ครั้ง 

Business Lifestyle Travel

เที่ยวนครศรีธรรมราช สูดโอโซนเมืองใต้ หรอยจังหู้วว!

post-image

หากพูดถึงเที่ยวภาคใต้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทะเล หรือเมืองท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเมืองใต้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ ทะเล เท่านั้น แต่ยังคงมีความสวยงามทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สถานที่ อาหาร และน้ำใจของผู้คน 

“นครศรีธรรมราช” จังหวัดที่มีฉายาในอดีตว่า เมืองคนดุ แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในอดีต แต่ในความเป็นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เป็นเมืองแห่งภูเขา น้ำตก ลำธาร และฟ้าคราม มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช เพื่อชี้เป้าให้คุณได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศ สถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน แห่งเมืองใต้ … ไม่แน่นะ หากได้ลองไปเที่ยวแล้ว คุณอาจร้องเพลง “โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเล กว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเราๆ” 

ที่เที่ยวในนครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

มาถึงเมืองนครศรีฯ เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี ก็ต้องแวะกราบไหว้สักการะ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ และตราประจำจังหวัดของนครศรีธรรมราชกันก่อน วัดมหาธาตุฯ เป็นวัดอารามหลวง หรือวัดเจดีย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งพระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 

นอกจากเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนครศรีฯแล้ว ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ มียอดเจดีย์หุ้มทองคำแท้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) โดยตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวไว้ว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไม ภายในบริเวณวัดรายล้อมไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ และเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทั้งที่อยู่เมืองใต้แท้ๆ นอกจากนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่งหนึ่ง ที่นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ นั่นคือ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงพื้น แม้ว่าจะแสงอาทิตย์กระทบทางใด ก็จะไม่มีได้เห็นเงาพระธาตุอยู่บนพื้น นับว่าเป็นความน่ามหัศจรรย์ใจ และเป็นที่มาของผู้คนเรียกพระธาตุว่า “พระธาตุไร้เงา”

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมานาน โดยชาวนครศรีธรรมราชจะช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อรวบรวมเงินนำไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนยาวนับพันหลา แล้วร่วมใจจัดขบวนแห่ผ้าขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผ้าที่นำไปขี้นห่มพระบรมธาตุนี้เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (พระบต) นิยมใช้ผ้าสีขาว สีเหลือง และสีแดง…

Read More
Lifestyle Blog Business

คู่เลขมงคลโทรศัพท์: เลขไหนเหมาะกับคุณ?

post-image

รอบๆ ตัวเราล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเลข” ทั้งนั้น ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถ หรือแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ ทุกอย่างสามารถกลายเป็นตัวเลขมงคลได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความเชื่อในศาสตร์ของตัวเลขมานาน และยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูได้จากการหาฤกษ์ยามงานมงคลแทบทุกงาน ก็ยังคงต้องอิงการใช้ตัวเลขเข้ามาประกอบ

คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในด้านของเลขมือถือมงคลกันมากขึ้น ไม่ต่างจากตัวเลขมงคลอื่นๆ และสำหรับใครที่เป็นสายมูเตลูตัวจริง หรือแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการสายมู และกำลังมองหาเลขโทรศัพท์มงคล หรือต้องการเปลี่ยนเบอร์มือเป็นเลขสวยด้วยคู่เลขมงคล เราก็มีเรื่องของเลขมือถือมงคลมาฝากในบทความนี้ แต่ด้วยศาสตร์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มีหลายแขนง เราจึงคัดเลือกของเลขคู่เบอร์มงคล ที่มีแล้วดีใช้แล้วปังในเรื่องใดบ้าง 

แต่ก่อนอื่นเรามาดูการเปรียบเทียบความหมายของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อน 

ความหมายของตัวเลขมงคล

เลข 0 : เชื้อโรค , ไวรัส 

เลข 1 : ผู้นำ , พระอาทิตย์ 

เลข 2 : ผู้หญิง , พระจันทร์ 

เลข 3 : นักรบ , นักสู้ 

เลข 4 : การเจรจา คำพูด 

เลข 5 : สติ , ความยุติธรรม 

เลข 6 : เสน่ห์ , ความรัก 

เลข 7 : ความอดทน 

เลข 8 : ความเล่ห์เหลี่ยม , ยักษ์ 

เลข 9 : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เมื่อเรารู้ความหมายของตัวเลขแต่ละตัวแล้ว ทีนี้เรามาดูเลขคู่มงคลกันบ้าง

คู่เลขมงคล