Lifestyle

รู้จักการเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ กันหน่อย 

การเต้นแอโรบิค เป็นการออกกำลังกาย ที่เรามักคุ้นเคยและเห็นได้ตามสถานที่สาธารณะต่างๆในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เพราะการเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย เราจึงมักจะเห็นมีการเต้นแอโรบิคผู้สูงอายุ วัยหนุ่มสาว หรือมาเต้นด้วยกันทั้งครอบครัวในเวลาเย็นๆ ตามสวนสาธารณะ และสถานที่จัดให้มีกิจกรรมเต้นแอโรบิคต่างๆ เป็นอีกกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ของบุคคล และความสามัคคีได้เป็นอย่างดีทีเดียว 

การเต้นแอโรบิคคืออะไร

การเต้นแอโรบิคคือ รูปแบบของการออกกำลังกายยืดเหยียดประกอบจังหวะเพลง เพื่อให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น และกล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ต้องใช้การหายใจควบคู่กันกับขณะทำท่ากายบริหาร  เพื่อนำเอาออกซิเจนไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญพลังงาน อย่าง คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ที่มีมากเกินในร่างกาย หรือจะกล่าวได้ว่า การเต้นแอโรบิค (aerobic dance) หมายถึง การออกกำลังกายแบบต่อเนื่องระยะเวลานาน ด้วยท่าทางที่ต้องใช้การหายใจ สูดอากาศหรือออกซิเจนจำนวนมาก ช่วยให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ แปลงพลังงานที่สะสมมาใช้งาน ซึ่งจะเล่นกันเป็นกลุ่มหรือคนเดียวก็ได้ โดยการเต้นแอโรบิคส่วนใหญ่จะใช้การออกท่าทางประกอบจังหวะเพลง ในขณะที่การออกกำลังกายแบบแอโรบิคชนิดอื่น อย่าง การกระโดดเชือก การปีนเขา การเดินเร็ว การวิ่งระยะไกล ปั่นจักรยาน หรือ การว่ายน้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้เพลงประกอบใดๆ 

ข้อดี-ข้อเสียของการเต้นแอโรบิคมีอะไรบ้าง

หลายๆคนอาจตั้งคำถามว่า การเต้นแอโรบิคมีประโยชน์อย่างไร มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลหรือไม่ หรือประโยชน์ของการเต้นแอโรบิคมีไม่จำกัด สามารถทำได้โดยไม่มีข้อเสียเลย เรามีทั้งข้อดีและข้อเสียของการออกกำลังกายชนิดมาให้แล้ว มีดังต่อไปนี้ 

ข้อดี 

  • ทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำงานได้ดีมากขึ้น เพราะขณะที่ทำการเต้นแอโรบิค จะมีการสูดหายใจเยอะขึ้น ทำให้ได้รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ไปช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ที่ทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานมากขึ้น ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะเต้นแอโรบิคลดความอ้วน แทนการออกกำลังกายหนักๆชนิดอื่น 
  • ระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะการเต้นแอโรบิคจะขยับร่างกายทุกส่วน ทำให้เลือดมีการไหลเวียนผ่านร่างกายได้ดี อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้หัวใจได้ฝึกบีบและคลายตัวอยู่บ่อยๆ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ และสามารถสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆในร่างกายได้ดี 
  • ลดอัตราเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เพราะเมื่อหัวใจมีแรงสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปตามจุดต่างๆของร่างกายได้เต็มที่ ทำให้ไม่มีการไปอุดตันตามเส้นเลือด ความดันโลหิตก็จะเป็นปกติ 
  • ลดน้ำตาลในเลือด เพราะการเต้นแอโรบิคช่วยเพิ่ม HDL ที่จะช่วยลดค่าน้ำตาลในเลือดส่วนเกิน ที่จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน 
  • ระบบการหายใจดีขึ้น เพราะปอดจะมีการขยายเพื่อรับปริมาณออกซิเจนที่ได้รับมากขึ้นขณะที่ออกกำลังกาย 
  • ลดความเครียด เพราะขณะที่เต้นแอโรบิค เราจะจดจ่อกับท่าเต้นและการเต้นให้ทันตามจังหวะ ทำให้ลืมภาวะความเครียดที่มีอยู่
  • รู้สึกผ่อนคลาย เพราะร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุข เอนโดรฟิน ออกมาขณะเต้นแอโรบิค ทำให้ร่างกายรู้สึกดีและผ่อนคลาย

ข้อเสีย

  • การเต้นแอโรบิค ท่าทางประกอบจังหวะ จะมีการเต้นขึ้น-ลง ทำให้เกิดแรงกระแทกต่อบริเวณข้อต่อ อย่างข้อเท้าและข้อเข่ามาก จึงต้องระวังเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่มีอาการกระดูกสันหลังคด ปวดหลัง หรือมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูก เพราะการก้มจะทำให้ข้อต่อถูกบิดมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท หรือทำให้กล้ามเนื้อขาชาและอ่อนแรง ข้อเท้าพลิก แพลง หรือปวดหลังบริเวณบั้นเอว จนอาจมีอาการปวดร้าวลงขาและน่อง หรืออาการบาดเจ็บหัวเข่า เพราะการเต้นแอโรบิค แรงกระแทกแบบต่างๆ หรือการลงน้ำหนักที่ผิดวิธี หรือมีการใช้แรงกระแทกตรงจุดเดิมซ้ำๆ เป็นเหตุทำให้เกิดการอับเสบ 

ดังนั้นจึงต้องมีข้อควรระวังในการเต้นแอร์โรบิค สำหรับผู้ที่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือผู้สูงวัย ซึ่งกลุ่มบุคคลเหล่านี้ จะต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาอยู่ประจำ ให้แน่ใจว่าสามารถทำการเต้นแอโรบิคได้ หรืออาจหลีกเลี่ยงท่าเต้นแอโรบิคบางท่า ที่อาจส่งผลกระทบและเกิดอันตรายได้

การเต้นแอโรบิค มีกี่ขั้นตอน

1.Warm Up การอบอุ่นร่างกาย จะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะทำงานหนัก โดยการยืดเส้นอวัยวะในส่วนต่างๆ เป็นการเพิ่มอุณหภูมิภายใน เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ และเป็นการเตรียมข้อต่อและกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น ต่อการรับแรงเคลื่อนไหวของร่างกาย ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะทำการเต้นแอโรบิค

2.Stretching การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้ทั่วร่างกาย และเคลื่อนไหวข้อต่อต่างๆ เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ มีความปลอดภัยการเต้นแอโรบิค และควรใช้จังหวะในการประกอบระหว่าง 135-140 BPM

3.Aerobic  Workout ช่วงแอโรบิค หรือ ช่วงงาน ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที ในการเผาผลาญพลังงาน ไขมันใต้ผิวหนังที่สะสม และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ โดยการทำกิจกรรมเต้นแอโรบิค จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของความสามารถส่วนบุคคล เพราะประสิทธิภาพแต่ละคนจะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อให้ได้รับประโยชน์การเต้นแอโรบิคได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย ผู้เต้นจะต้องรู้ความสามารถและข้อจำกัดของตนเอง และผู้นำเต้นจะต้องใช้นำท่าที่เหมาะสมกับสมาชิกในกลุ่มเต้น และจังหวะดนตรีประกอบระหว่าง 140-160 BPM 

4.Cool Down ช่วงลดงานเพื่อปรับสภาพ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ในการลดจังหวะท่าประกอบการเต้น เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ การสูบฉีดเลือดที่ค่อยๆปรับสภาพ ให้ลดลงจนเกือบอยู่ในสภาพปกติ โดยจังหวะดนตรีที่เลือกใช้ประกอบ ควรมีจังหวะระหว่าง 155-140 BPM

5.Floor  Work บริหารเฉพาะส่วน ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ในการเพิ่มประสิทธิภาพกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนที่ต้องการเฉพาะ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับคืนสู่สภาพปกติ  ควรใช้ดนตรีที่มีจังหวะระหว่าง 120-135 BPM ประกอบในการเต้นช่วงสุดท้าย เพื่อให้ร่างกายมีความผ่อนคลาย และค่อยๆปรับเข้าสู่สภาพปกติในที่สุด 

การเต้นแอโรบิคมีกี่แบบ

1. Low impact aerobic dance การเต้นที่มีแรงกระแทกต่ำ โดยมีการกระแทกระหว่างร่างกายกับพื้นบ้างเล็กน้อย หรือแทบจะไม่มีเลย เช่น การเดิน การย่อเข่า เป็นต้น ซึ่งท่าเต้นที่มีแรงกระแทกต่ำและนิยมนำมาเต้นมีหลากหลายท่าด้วยกัน เช่น

  • Walking การเดิน คือ การก้าวเื้าไปทิศทางที่เคลื่อนที่ไป โดยถ่ายน้ำหนักตัวจากเท้าหนึ่งไปอีกเท้าหนึ่ง ซึ่งอาจเดินไปข้างหน้า ข้างหลัง หรือเดินเป็นรูปตัว L 
  • Marching หรือ มาร์ชชิ่ง การย่ำเท้า คือ การย่ำเท้าอยู่กับที่ โดยการย่ำเท้าจะมี 2 แบบ คือ การย่ำเท้าแบบกว้าง ที่เรียกว่า Marching Out และ การย่ำเท้าแบบแคบ Marching In
  •  Step Touch ก้าวแตะ คือ การยกเท้าข้างหนึ่งไปด้านข้าง แล้วยกเท้าอีกข้างไปแตะ ทำเช่นนี้สลับกัน โดยอาจเป็นการก้าวแตะอยู่กับที่ หรือก้าวแตะเป็นรูปตัว L 
  • Grapevine การเต้นแอโรบิคท่าเกรปวาย คือ การก้าวไขว้ขาแตะไปด้านหน้าหรือด้านหลัง สามารถทำได้หลายแบบ ทั้งการทำเกรพวายรูปตัว L การทำเกรฟวายแบบซิกแซก หรือการทำเกรพวายธรรมดา
  • Squats สควอท  คือ งอเข่า 2 ข้างในระดับ 90 องศา เป็นการนั่งยองๆ เหมือนการนั่งเก้าอี้ โดยนั่งให้มุมสะโพกและเท้าเป็นมุม 90 % อย่านั่งให้สะโพกชิดส้นเท้า เพราะเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่หัวเข่าจะยืดมากเกินไป จนทำให้เข่าเจ็บ

    2.High impact aerobic dance การเต้นที่มีแรงกระแทกสูง เป็นการเต้นที่มีความเคลื่อนไหวของร่างกายที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น การกระโดดลอยตัวแล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง เป็นต้น ท่าเต้นของประเภทนี้ที่นิยม เช่น 

  • Twist การบิดสะโพก
  • Leap กระโจน
  • Jog  การวิ่ง
  • Hop  กระโดดลงด้วยเท้าข้างเดียว
  • Jump  กระโดดลงด้วยเท้า 2 เท้า
  • Jumping Jack หรือ การกระโดดตบ  กระโดดขาแยก-ชิด
  • Pendulum การทำลูกตุ้มนาฬิกา
  • Ponyกระโดดย่ำเท้าข้างละ 2 จังหวะ

3.Multi impact aerobic dance รูปแบบการเต้นแอโรบิคที่มีแรงกระแทกหลากหลาย มีความเคลื่อนไหวของแรงกระแทกต่ำและสูงผสมผสานกัน การจะใช้แรงกระแทกต่ำหรือสูง จะขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของตัวผู้เต้น และจังหวะเพลงที่ใช้ประกอบการเต้นแอโรบิค การเลือกเพลงของผู้นำเต้น และการนับจังหวะแอโรบิคจึงนับว่าสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เต้น 

4.No impact aerobic dance การเต้นที่ปราศจากแรงกระแทก ซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ไม่มีแรงกระแทกร่างกายกับพื้นเลย เช่น การเต้นแอโรบิคในน้ำ เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดในการออกลังกายหนัก แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญ 

เมื่อทำความรู้จักการเต้นแอโรบิคกันคร่าวๆ และรู้ข้อจำกัดในการออกกำลังกายประเภทแอโรบิคแล้ว ก็ควรตรวจสอบสมรรถภาพและขีดจำกัดของร่างกายตนเอง ก่อนออกกำลังกายทุกประเภทเสมอ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างปลอดภัย 

You may also like

Business

รวมกองทุนปันผลที่น่าสนใจ กองทุนตัวไหนน่าจะเหมาะกับเรา

post-image

ใครที่เริ่มสนใจหรือมองหาการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนกับกองทุนไหนดี เพราะไม่เคยทำมาก่อน เราจะมาพาทำความรู้จักกับกองทุนปันผลในตลาดหุ้นหรือธีมที่นับว่าแข็งแกร่ง น่าสนใจที่จะลงทุน โดยจะเลือกลงทุนรายตัวหรือจัดเป็นพอร์ตให้กระจายตัวดี 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร 

หุ้นปันผลกับกองทุนปันผลต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าระหว่าง หุ้นปันผลคืออะไร และกองทุนปันผลคืออะไร จะได้รู้ว่าเหมือนหรือต่างกัน  หุ้นปันผล เป็นหุ้นประเภทหนึ่งที่นักลงทุนต้องการจะมีเก็บไว้อยู่ในพอร์ตลงทุน เพื่อให้ได้เงินปันผลส่วนนี้เป็นรายได้เสริม หรืออาจกลายเป็นรายได้หลักหลังจากที่เกษียณไปแล้ว แต่บางคนอาจต้องการมีหุ้นปันผลเพื่อลดความเสี่ยง ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน หรือจะทำพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กองทุนปันผล คือ กองทุนที่นำกำไรที่ได้จากการลงทุนมาแจกจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนนั่นเอง โดยปัจจุบันบริษัทจะนิยมจ่ายเงินปันผล 2 แบบ ด้วยกัน คือ 

1. จ่ายเป็นเงินสด หรือ Cash Dividend คือรูปแบบที่บริษัทส่วนใหญ่นิยมกันมาก โดยมีเงินปันผลที่ได้มาจากกำไรสะสมของบริษัท โดยจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ ข้อดี คือ นักลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล โดยที่การลงทุนจะยังดำเนินต่อไป ส่วนข้อเสีย คือ เงินปันผลที่ได้อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก เนื่องจากมีการหักภาษีเงินปันผล 10% 

2. จ่ายเป็นหุ้น หรือ Equity Stock Dividend คือ การเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญ แล้วจึงจะนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลในอัตราส่วน 10 : 1 คือ ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้น ในทุก ๆ หุ้นเดิมที่ถืออยู่จำนวน 10 หุ้น หากถือหุ้นสามัญ 1,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น และถ้าถือหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 1,000 หุ้น เป็นต้น 

โดยปกติหุ้นปันผลจะมีอัตราเงินปันผลหรือ Dividend Yield โดยคำนวณมาจากเงินปันผลต่อหุ้น / ราคา แต่ในส่วนกองทุนปันผลจะบอกเพียงกองทุนปันผลคิดเป็นกี่บาท / หน่วย ในแต่ละครั้ง ทำให้นักลงทุนไม่สามารถรู้ได้ว่า Dividend เป็นเท่าไร 

แล้วจะรู้ Dividend Yield ได้อย่างไร ? 

วิธีการคาดการ Dividend Yield คือ นำส่วนปันผลรวมย้อนหลัง (…

Read More
Business Lifestyle

อัพเดท 7 เทรนด์สีปี 2023 สีไหนมาแรง แต่งบ้านรับปีเถาะกันเถอะ 

post-image

สำหรับคนรักบ้าน รักการตกแต่งบ้าน วันนี้เรามาจะอัพเดทเทรนด์สีปี 2023 ซึ่งสีเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมจากเทรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก และทางนิตยสาร Creative Thailand ได้รวบรวมจัดทำขึ้นทุกปี เพื่อส่งเสริมและผลักดันเศรษฐกิจไทย ภายใต้ CEA หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 

เราจึงได้นำมาอัพเดทเพื่อเป็นแนวไอเดียให้ใครที่กำลังต้องการจะจัดแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ หรือ ปีกระต่าย และเทรนด์สีเหล่านี้ ยังเหมาะต่อการไปใช้กับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงใช้เพื่อสื่อโฆษณาสินค้า การบริการ และงาน Events ต่าง ๆ อีกด้วย มีสีอะไรให้เพื่อน ๆ ได้นำไปใช้เสริมสร้างความปังและทันสมัยกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ 

Elfin Yellow : สีเหลืองอ่อน – ครีม 

สีเหลืองอ่อนไปจนถึงเกือบออกสีครีม โทนสีที่บ่งบอกถึงความเป็น Minimalism ที่ยังคงได้รับความนิยมในการตกแต่งบ้านเสมอมา เพราะให้ความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น อ่อนโยน สบายตา นอกจากนี้ โทนสีเหลืองอ่อนยังเป็นสีแห่งการรีเซ็ต การเริ่มหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ และยังเป็นสื่อถึงการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง 

การตกแต่งบ้านด้วยสีหลักอย่างโทนสีเหลืองอ่อนจะให้สไตล์บ้านมินิมอล แต่ถ้าต้องการเติมความสดใส และความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน อาจใช้เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์สีเหลือง ควบคู่ไปกับสีหลักของบ้านด้วยโทนสีเรียบ ๆ แทน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในช่วงซัมเมอร์สดใส 

Lime Green : สีเขียวมะนาว 

โดยปกติ สีเขียว มักจะทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม และมักจะเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ บ้าน และ สำนักงาน เพราะจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ แต่สำหรับเทรนด์สีปี 2566 ที่ต้องการเพิ่มความล้ำสมัยมากขึ้น ทำให้เฉดสีเขียวมะนาวเป็นสีที่จะมาแรงแซงทางโค้งอีกสีหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสีเขียวมะนาวจะสื่อถึงความสดใสและมีชีวิตชีวาของคนยุค Gen Z ได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำมาใช้บนโลกดิจิทัลมากขึ้น 

แม้ว่าสีเขียวมะนาวจะดูสดและจัดจ้านจนอาจไม่ไหวสำหรับการทาสีผนังบ้าน แต่สามารถนำมาใช้กับของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อเพิ่มความสดใสและความโดดเด่นให้กับบ้านมากขึ้น หรือจะลดเฉดลงอีกหน่อยด้วยสีเขียวแอปเปิลก็นับว่าเก๋กู๊ดเลยทีเดียว 

Blog Business Lifestyle Politics

วิธีเช็คเบอร์โทรศัพท์ มิจฉาชีพโทรหาเรา หรือใครโทรมากันแน่ 

post-image

ฮัลโหลวว! นั่นใครโทรมา มิจฉาชีพหรือเปล่าคะ? แต่คงไม่มีมิจฉาชีพคนไหนยอมรับแน่นอน แล้วเราจะมีวิธีไหนเช็คเบอร์ใครโทรมา หรือส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ที่ถ้าเผลอไปกด โดนดูดเงินสูญหมดบัญชี เราจึงต้องมีวิธีป้องกันโดนมิจฉาชีพหลอก ยิ่งช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาด แถมตำรวจก็ยังทำอะไรไม่ได้ เป็นปัญหาสังคมและมีผู้เสียหายไปแล้วนับไม่ถ้วน เมื่อเราพึ่งใครไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตนเองก่อนในเบื้องต้น ด้วยวิธีต่อไปนี้ค่ะ 

Google 

เมื่อมีเบอร์แปลก ๆ โทรมาหา ไม่ว่าจะก่อนรับสายหรือหลังสายไปแล้ว แต่อยากรู้ว่าใช่เป็นเบอร์มิจฉาชีพหลอกโทรหาเราหรือไม่ ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหากับเว็บไซต์กูเกิล หากเป็นหมายเลของมิจฉาชีพที่มีประวัติหลอกลวง เราจะพบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้โพสเตือนภัยผ่านบนเว็บไซต์ 

Facebook 

เฟซบุคเป็นอีกช่องทางที่สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลก ๆ ที่ได้โทรหาเราไปใส่ช่องค้นหา (search) หากเป็นเบอร์ที่เคยมีประวัติหลอกลวง เราจะสามารถพบตามกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มขายของ กลุ่มเตือนภัย ฯลฯ มีผู้เสียหายได้โพสข้อความเตือนภัย พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์  

Line 

อีกช่องทางโซเชียลมีเดียที่ใช้สืบหาเบอร์มิจฉาชีพได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลกที่โทรหาเราไปใส่ในช่องเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะสามารถค้นหาเจอได้เฉพาะที่หมายเลขลงทะเบียนไลน์เท่านั้น หากแอดด้วยเบอร์โทรฯ แล้ว ไม่พบเจอเป็นผู้ใช้แอปไลน์ปกติทั่วไป ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ 

Whoscall 

Whoscall คือ แอปพลิเคชัน ที่รวบรวมฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ไว้เป็นพันล้านเบอร์ โดยมีผู้โหลดใช้แอป whoscall แล้วมากกว่า 70 ล้านครั้ง โดยแอปฯ นี้ จะมีการระบุหมายเลขโทรศัทพ์ของหน่วยงานต่าง ๆ เบอร์ขายสินเชื่อ เบอร์ขายประกัน รวมไปถึงเบอร์มิจฉาชีพ เมื่อไรที่เบอร์เหล่านี้โทรมา แอปฯ จะดึงข้อมูลมาแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือของเราทันที ทำให้เราสามารถเลือกที่จะรับสายหรือไม่ก็ได้  หรือทำการบล็อกเบอร์นั้นไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น whoscall มีฟังก์ชันให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นใคร เช่น เบอร์ขนส่ง เบอร์มิจฉาชีพ เป็นต้น ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปฯ Whoscall…

Read More
Lifestyle Travel

ชี้พิกัด 7 บ้านกระจกสวย ที่น่าไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

post-image

วันหยุดยาวทั้งทีหาที่เที่ยวฮีลใจกันดีกว่า มัดรวมพิกัด ที่เที่ยว บ้านกระจกใส วิวสวย นอนมองฟิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรมากั้นระหว่างเรา ให้ฟีลเหมือนเที่ยวต่างประเทศ มีที่ไหนบ้างไปดูกัน แล้วจัดกระเป๋ากันเล๊ยยย! 

Kissing Stars Glamping  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

kissing stars glamping บ้านแม่ลาย เชียงใหม่


เริ่มจากภาคเหนือของไทยกันก่อนเลย บ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมบนเนินเขา ติดกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนธรรมชาติโอบอุ้ม ด้านในกว้างขวาง นอนแช่อ่างดูดาวดาวเพลิน ๆ ยิ่งถ้าไปช่วงหน้าหนาว บรรยากาศดีได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้นเลย หรือไปช่วงหน้าฝน ก็ให้ความโรแมนติกไปอีกแบบ 

2. Morning Star Glamping เฟส 1 (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 1


บ้านกระจกใสกลางป่า ที่มาแล้วจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ฟินแลนด์ สไตล์การตกแต่งแบบอบอุ่น เน้นความเรียบง่าย เสมือนเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่จริง มีลำธารหน้าบ้าน หรือจะเลือกนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างชมวิวเพลิน ๆ ก็ฟีลดีทั้งคู่ มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องกังวลแม้จะมาในช่วงที่แดดเปรี้ยง 

3. Morning Star Glamping เฟส 2  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 2


ต่อด้วย พูลวิลล่า ริมลำธาร เฟส 2 บ้านกระจกใสทรงเอที่ให้ฟีลเมืองนอกสุด ๆ มีห้องนอนและน้องนั่งเล่นแยกกันภายในบ้านมีห้องน้ำ 2 ห้อง สามารถเข้าพักได้ 2-4 คน มีทั้งอ่างในห้องและสระน้ำอุ่น outdoor แช่น้ำอุ่น ดูดาว รับลมหนาวริมลำธาร ถ้าจะบรรยากาศดีขนาดนี้ ต้องไปให้ได้สักครั้งแล้วล่ะ 

4. หลงเขาแคมป์ ภูทับเบิก (ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์) 

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน