Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

การถกปัญหาเรื่องที่รัฐบาลอนุมัติในการนำเข้าขยะพลาสติกมีมานานหลายปี และควรสิ้นสุดเมื่อปี 2563 ตามมติฯ เดิมเมื่อปี 2561 แต่ก็มีการขยาย และขยายอีก จนกระทั่งปี 2565 ที่ควรจะเป็นปีสุดท้ายตามที่รัฐฯ เคยได้กำหนดไว้ แต่มันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อรัฐบาลกำลังกลับคำ โดยอาจให้โควต้าเพิ่มสำหรับการนำเข้าขยะเศษพลาสติก เพื่อผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของกลุ่มผู้ประกอบการ

เก็บขยะพลาสติก อาชีพเสริมที่เริ่มไม่มีใครอยากทำ

ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอันดามัน นาย ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า โดยปกติมีคนชุมชนริมทะเล หาดยาว (ต.ลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง) และคนที่อาศัยบนเกาะต่าง ๆ ไปเก็บขยะพลาสติกตามชายหาดและบนเกาะเพื่อนำขยะไปขาย ได้ราคาที่พอยังชีพได้ บางคนถึงขนาดยึดเป็นอาชีพหลัก แต่พอรัฐฯ อนุโลมให้นำขยะเศษพลาสติกเข้าประเทศ ทำให้ราคาเศษพลาสติกในไทยลดลงไปมาก ขวดน้ำพลาสติกเหลือเพียงกิโลละ 2-3 บาท ทำให้ชาวบ้านไม่มีแรงจูงใจในการไปเก็บขยะพลาสติกมาขาย เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มที่จะนั่งเรือออกไปเก็บ จากที่ยึดเป็นอาชีพหรือเป็นรายได้เสริมก็เลิกกันไป ขยะเมื่อไม่มีคนเก็บ ขยะก็เกลื่อนหาด และถูกน้ำซัดพัดพาลงทะเล ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรัฐบาลไม่มีการจัดการเรื่องขยะที่เป็นกิจลักษณะ และไม่เป็นในรูปแบบที่ถาวร มีแต่จัดกิจกรรมเป็นครั้งคราวเท่านั้น  

เมื่อขยะราคาต่ำลง คนเก็บก็น้อยลง ทำให้ปริมาณขยะมากขึ้น เพราะมีแต่คนทิ้งแต่ไม่มีคนเก็บ การนำเข้าขยะพลาสติกของไทยสูงเป็นประวัติการณ์ ในปี 2561 ที่พุ่งขึ้นถึง 500,000 ตัน ด้วยรัฐบาลอ้างว่าต้องนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นถุงพลาสติกราคาถูก คุณภาพต่ำ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แต่นั่นจะยิ่งทำให้ขยะในประเทศมากขึ้นแบบทบทวี แต่สุดท้ายจะกลับมาเป็นขยะพลาสติก และจะยิ่งทบทวีขยะให้ล้นประเทศไทยมากกว่าเดิมหลายเท่า!!

ชาวบ้านจังหวัดตรังที่เคยหารายได้เสริม และบางคนที่ยึดเป็นอาชีพ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากที่ชาวบ้านหลายคนเคยเก็บขยะพลาสติกนำไปขาย ได้เงินมาจุนเจือในครอบครัวได้ แต่ตอนนี้ทุกคนเลิกกันหมด เพราะราคาขายมันต่ำลงจนไม่มีคนรับซื้อขยะเลย ทำให้ชาวบ้านไม่รู้จะเก็บขยะไปขายกับใคร ขยะจึงกลับมาล้นเมืองอีกครั้ง ขยะที่ถูกลำเลียงไปยังลานเผา (ชาวบ้านเรียกเตาเผา) มีจำนวนมาก ทำให้ลานเผาอัดแน่นด้วยกองภูเขาขยะ โดยพนักงานเก็บขยะ ต.เกาะลิบง ได้ให้ข้อมูลว่า ขยะทั้งหมดจาก 6 หมู่บ้านด้วยกัน ถูกลำเลียงมาเผาที่นี่ที่เดียว บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยมลพิษ โดยปกติจะต้องทำการแยกขยะก่อนที่จะเผา เพราะอาจมีขยะอันตราย อย่างเช่น ไฟแช็ก กระป๋องแก๊ส ฯลฯ ที่เผาแล้วอาจเกิดการประทุหรือระเบิดได้ ตนรู้สึกได้ว่าสุขภาพแย่ลงมาก เพราะมลพิษจากขยะจำนวนมากที่ตนต้องเผาทุกวัน โดยไม่มีประกันสุขภาพหรือความคุ้มครองใด ๆ จากหน่วยงาน นายปณีต ได้กล่าวอีกว่า “งานเผาขยะที่ตนทำอยู่นั้น เป็นงานที่ต่ำที่สุด แต่ก็เป็นงานที่สำคัญที่สุด”

นอกจากนี้ นาย ภาคภูมิ ได้กล่าวอีกว่า คำมั่นที่รัฐบาลเคยให้ไว้ ว่าจะนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้ 100% หากเป็นเช่นนี้ เชื่อว่าเป็นไปได้ยาก ยิ่งตอนนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลกลับลำ ต่อโควต้าในการนำเข้าขยะพลาสติกนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มอีก 5 ปี ทั้งที่การผ่อนปรนนำเข้าขยะที่ให้เวลาถึง 3 ปี จะต้องสิ้นสุดในปี 2565 นี้ แต่ผู้ประกอบการรีไซเคิลขยะได้กดดันรัฐบาลให้ขยายเวลาผ่อนปรนไปอีก แม้ว่ามีหลาย ๆ ฝ่ายพยายามผลักดัน และเรียกร้องให้รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม และสิ่งแวดล้อมในประเทศให้มากกว่าคนกลุ่มหนึ่ง (ผู้ประกอบการและพนักงานโรงงาน) เพราะให้เวลาผ่อนปรนมาแล้วถึง 3 ปี สำหรับการปรับตัว แต่เวลา 3 ปีที่ผ่านมา คนกลุ่มเหล่านี้ไม่เคยจะพอ ไม่เคยจะปรับตัว โดยนำผลกระทบต่อชีวิตคนงาน (กลุ่มหนึ่ง) ยกมาอ้างในการชี้นำ เพื่อขอขยายต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดเสียที 

แน่นอนว่าเมื่อรัฐบาลยอมอนุโลมให้ขยายเวลาในการนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ประกอบการ มันก็จะไม่สามารถจัดการเรื่องขยะล้นประเทศ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในไทยได้อย่างยั่งยืน และมันจะเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ใหญ่และมากกว่าเพียงแค่ปัญหาผลกระทบต่อคนกลุ่มหนึ่งในเชิงธุรกิจเท่านั้น 

เมื่อรัฐไม่ช่วยเหลือ เอกชนจึงต้องพึ่งกันเอง

เมื่อขยะในทะเลเพิ่มขึ้น และไม่มีชาวบ้านคอยเก็บขยะ มูลนิธิอันดามันจึงเพิ่มราคาในการรับซื้อ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับชาวบ้าน โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาด จากกิโลละ 2-3 บาท แต่เพิ่มให้สูงขึ้นไปอีก เป็นกิโลละ 1-12 บาท ทำให้มีชาวบ้านในชุมชนและบนเกาะกลับมาเก็บขยะริมหาด ขยะบนฝั่ง ขยะในทะเล ขยะตามรีสอร์ท ร้านค้า เพื่อนำขายอีกครั้ง ทำให้มูลนิธิอันดามันมีปริมาณขยะพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติก PET จำนวนมาก โดยขยะที่เป็นขวดแก้ว ขวดเบียร์ ราคาจะอยู่ที่ กิโลละ 1.50 บาท ขวดน้ำ ขวดน้ำอัดลม ที่เป็นขวด PET ราคารับซื้ออยู่ที่กิโลละ 14 บาท ขวดสกรีนกิโลกรัมละ 6-8 บาท ส่วนพลาสติกอื่น ๆ ประมาณกิโลละ 10 บาท ในขณะที่ขยะทั่วไป เช่น เชือกอวน เชือกฟาง กิโลละ 6-8 บาท ส่วนขยะทะเล เช่น รองเท้า โฟม ฯลฯ อยู่ที่กิโลละ 3 บาท ด้วยราคาขนาดนี้ ทำให้ชาวบ้านช่วยกันเก็บขยะ และนำมาคัดแยกเพื่อขายชั่งขายตามประเภท บางคนสามารถขายขยะได้เงินถึง 400-500 บาท / เดือน 

โครงการของมูลนิธิอันดามัน ช่วยให้ขยะตามแหล่งสถานที่ต่าง ๆ ใน ต.ลิบง จ.ตรัง ลดลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด และทำให้ขยะที่ถูกนำไปเผายังลานเผาลดจำนวนลงเช่นกัน มลพิษจากการเผาขยะลดลง ส่งผลดีต่อสุขภาพคนในชุมชน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ส่วนขยะที่รับซื้อก็จะนำไปแยกรีไซเคิลแต่ละประเภท เช่น การนำขยะพลาสติกไปแปรรูปเป็นน้ำมัน เป็นต้น ชาวบ้าน ต.ลิบง ยังได้เสริมอีกว่า โครงการของมูลนิธิอันดามัน ทำให้ชาวบ้านชุมชนลิบงและคนบนเกาะในบริเวณกลับมาตื่นตัวเรื่องการเก็บขยะอีกครั้ง และยังทำให้หลายคนได้มีรายได้จากการทำขยะให้กลายเป็นเงิน ยิ่งไปกว่านั้นคือ ชายหาดสะอาดขึ้น ทะเลไร้ขยะ สัตว์ทะเลก็ปลอดภัยจากการกลืนกินพลาสติก เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

สรุป 

จากข้อมูลที่เราได้หยิบยกมานี้ชี้ให้เห็นว่าอย่างไรบ้าง ผลกระทบจากการนำเข้าขยะรีไซเคิลจากต่างประเทศ ทั้งที่ในประเทศเราเองก็มีขยะมากพอที่จะนำมารีไซเคิล เพียงแต่ขาดระบบการจัดการที่ดี และไม่ได้มีใครเข้ามาดูแลหรือควบคุมอย่างจริงจัง รวมไปถึงความร่วมมือของประชาชนทุกคน การคัดแยกขยะจากต้นทาง บ้านเรือน ชุมชม การส่งเสริมและแรงกระตุ้นให้กับคนในชุมชนจนขยายสู่วงกว้าง หากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการจัดการอย่างจริงจัง ก็จะช่วยแก้ปัญหาด้านการลดปริมาณขยะ การแยกขยะรีไซเคิลแต่ละประเภท จะช่วยนำไปแปรรูปและนำกลับมาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การแปรรูปน้ำมัน Pyrolysis (ไพโรไลซิส) การแปรรูปถุงพลาสติกคุณภาพต่ำ เพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ อย่างที่รัฐบาลเคยกล่าวอ้างในการนำมาใช้ เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งที่จริงเราสามารถจัดการมันได้ เพราะในขณะที่หลาย ๆ ประเทศแบนการนำเข้าขยะ แต่ไทยเรากลับนำเข้าขยะเป็นแสนเป็นล้านตัน!! 

เห็นทีรัฐบาลจะต้องคิดใหม่ทำใหม่อย่างจริงจัง ก่อนที่ประเทศไทยจะกลายเป็น ถังขยะโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Backpack Journalist 

You may also like

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน 

Business Lifestyle

เลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ในเฟซบุ๊กแบบไหนดี 

post-image

เมื่อเฟซบุ๊กให้มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮกบัญชีของผู้ใช้งานตัวจริง โดยทางแอป Facebook เอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเปิดใช้งาน Facebook Protect มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2021 และหากไม่มีการเปิดใช้งานดังกล่าว บัญชีอาจถูกล็อคและเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งหลักใจสำคัญของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นี้ มีให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่า ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูว่าการยืนยัน 2 ชั้น บนเฟสบุคมีแบบไหนบ้าง เรามาทำความเข้าใจเรื่องของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) คืออะไร กันก่อน

การยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ 2FA ย่อมาจาก two-factor authentication คือ ระบบที่ช่วยป้องกันการถูกแฮกบัญชี ด้วยการยืนยันตัวตนถึงการเป็นผู้ใช้บัญชีตัวจริง ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน 2 ปัจจัย โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจะเป็นการกรอกรหัส เมื่อผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง จะต้องใส่รหัสหรือกรอกข้อมูลตอบคำถามให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบและสามารถใช้งานบัญชีได้ โดยปัจจัยการเข้ารหัสชั้นที่สองนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

1.สิ่งที่คุณรู้ (Something you know) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เท่านั้นที่รู้ เช่น usename – password , Pincode  รูปแบบ Pattern บนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมไปถึงรหัสคำตอบจากคำถามลับ

2.สิ่งที่คุณมี (Something you have) สิ่งที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ การได้รับ OTP 

3.สิ่งที่คุณเป็น (Something you are) ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บัญชี เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 

หากมีการตั้ง 2FA และเมื่อโทรศัพท์เราหาย หรือถูกขโมย และอาจมีคนเห็นเราใช้รหัสและจดจำเพื่อจะใช้เครื่องเมื่อเราเผลอ แต่แฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถเข้าใช้บัญชีของเราได้ เพราะคนอื่นจะไม่มีรหัสชั้นที่ 2 และเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะสามารถทำการเข้าถึงบัญชีของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

การยืนยันตัวตนแบบ…

Read More
Lifestyle Business Health

ทริคประหยัดค่าไฟ ทำได้ง่าย เซฟมันนี่ได้ชัวร์ 

post-image

เพราะเราเป็นคนมีค่า … ค่าห้อง ค่ากิน ค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เราทุกคนล้วนเป็นคนมีค่า แล้วแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งเมืองไทยมีความร้อนเป็นทุน และมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นทุกปี จนต้องเปิดแอร์กันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟก็ทะลุเพดานอย่างไม่ปราณีกันเลย เรามีทริคประหยัดค่าไฟแบบง่ายๆ ที่ทำตามแล้ว ค่าไฟลดลง ช่วยเซฟมันนี่ เซฟโลกได้ด้วยนะ 

1. จัดห้องให้โปร่งโล่ง แต่งห้องให้สว่างเข้าไว้ 

เพราะห้องที่ข้าวของไม่รก ของไม่มากจนเกินไป จะทำให้อากาศ มีการหมุนเวียนได้มากขึ้น ห้องก็จะไม่ร้อนเกินไป แอร์ทำงานน้อยลง อาจลองแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ไม่เลวเลยนะ และการแต่งบ้านด้วยสีโทนสว่าง ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน 

2. ทำความสะอาดหลอดไฟ 

การทำความสะอาดหลอดไฟ จะช่วยให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน การที่มีฝุ่นเกาะหลอดไฟ และไปปิดตรงที่ระบายความร้อน จะยิ่งให้หลอดไฟทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ทำงานหนักขึ้นด้วย 

3. ทำความสะอาดตู้เย็นเสมอ 

กำจัดของหมดอายุออกจากตู้เย็น อย่าปล่อยให้ตู้เย็นรก อาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ควรใส่ตู้เย็น ก็ไม่ควรใส่เข้าไป แบบกินไม่หมดก็ยัดเข้าตู้เย็นไว้ก่อน เพราะมันจะทำใ้หตู้เย็นรก กระจายความเย็นได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำงานหนักขึ้น 

4. ซักผ้าและรีดผ้าครั้งละจำนวนมาก 

กรณีที่ใช้เครื่องซักผ้า ควรรวบรวมซักเครื่องต่อครั้งให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการรีดผ้า เพราะการเสียบปลั๊กใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะค่อนข้างกินไฟ จึงแนะนำว่า ซักสัปดาห์ละครั้งละ 1-2 ครั้ง และควรรีดผ้าในจำนวนเยอะ ๆ / ครั้ง 

Business Lifestyle Travel

เที่ยวนครศรีธรรมราช สูดโอโซนเมืองใต้ หรอยจังหู้วว!

post-image

หากพูดถึงเที่ยวภาคใต้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทะเล หรือเมืองท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเมืองใต้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ ทะเล เท่านั้น แต่ยังคงมีความสวยงามทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สถานที่ อาหาร และน้ำใจของผู้คน 

“นครศรีธรรมราช” จังหวัดที่มีฉายาในอดีตว่า เมืองคนดุ แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในอดีต แต่ในความเป็นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เป็นเมืองแห่งภูเขา น้ำตก ลำธาร และฟ้าคราม มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช เพื่อชี้เป้าให้คุณได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศ สถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน แห่งเมืองใต้ … ไม่แน่นะ หากได้ลองไปเที่ยวแล้ว คุณอาจร้องเพลง “โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเล กว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเราๆ” 

ที่เที่ยวในนครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

มาถึงเมืองนครศรีฯ เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี ก็ต้องแวะกราบไหว้สักการะ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ และตราประจำจังหวัดของนครศรีธรรมราชกันก่อน วัดมหาธาตุฯ เป็นวัดอารามหลวง หรือวัดเจดีย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งพระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 

นอกจากเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนครศรีฯแล้ว ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ มียอดเจดีย์หุ้มทองคำแท้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) โดยตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวไว้ว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไม ภายในบริเวณวัดรายล้อมไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ และเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทั้งที่อยู่เมืองใต้แท้ๆ นอกจากนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่งหนึ่ง ที่นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ นั่นคือ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงพื้น แม้ว่าจะแสงอาทิตย์กระทบทางใด ก็จะไม่มีได้เห็นเงาพระธาตุอยู่บนพื้น นับว่าเป็นความน่ามหัศจรรย์ใจ และเป็นที่มาของผู้คนเรียกพระธาตุว่า “พระธาตุไร้เงา”

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมานาน โดยชาวนครศรีธรรมราชจะช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อรวบรวมเงินนำไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนยาวนับพันหลา แล้วร่วมใจจัดขบวนแห่ผ้าขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผ้าที่นำไปขี้นห่มพระบรมธาตุนี้เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (พระบต) นิยมใช้ผ้าสีขาว สีเหลือง และสีแดง…

Read More
Lifestyle Blog Business

คู่เลขมงคลโทรศัพท์: เลขไหนเหมาะกับคุณ?

post-image

รอบๆ ตัวเราล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเลข” ทั้งนั้น ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถ หรือแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ ทุกอย่างสามารถกลายเป็นตัวเลขมงคลได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความเชื่อในศาสตร์ของตัวเลขมานาน และยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูได้จากการหาฤกษ์ยามงานมงคลแทบทุกงาน ก็ยังคงต้องอิงการใช้ตัวเลขเข้ามาประกอบ

คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในด้านของเลขมือถือมงคลกันมากขึ้น ไม่ต่างจากตัวเลขมงคลอื่นๆ และสำหรับใครที่เป็นสายมูเตลูตัวจริง หรือแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการสายมู และกำลังมองหาเลขโทรศัพท์มงคล หรือต้องการเปลี่ยนเบอร์มือเป็นเลขสวยด้วยคู่เลขมงคล เราก็มีเรื่องของเลขมือถือมงคลมาฝากในบทความนี้ แต่ด้วยศาสตร์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มีหลายแขนง เราจึงคัดเลือกของเลขคู่เบอร์มงคล ที่มีแล้วดีใช้แล้วปังในเรื่องใดบ้าง 

แต่ก่อนอื่นเรามาดูการเปรียบเทียบความหมายของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อน 

ความหมายของตัวเลขมงคล

เลข 0 : เชื้อโรค , ไวรัส 

เลข 1 : ผู้นำ , พระอาทิตย์ 

เลข 2 : ผู้หญิง , พระจันทร์ 

เลข 3 : นักรบ , นักสู้ 

เลข 4 : การเจรจา คำพูด 

เลข 5 : สติ , ความยุติธรรม 

เลข 6 : เสน่ห์ , ความรัก 

เลข 7 : ความอดทน 

เลข 8 : ความเล่ห์เหลี่ยม , ยักษ์ 

เลข 9 : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เมื่อเรารู้ความหมายของตัวเลขแต่ละตัวแล้ว ทีนี้เรามาดูเลขคู่มงคลกันบ้าง

คู่เลขมงคล