Lifestyle Blog Health

สารพัดประโยชน์น้ำส้มสายชู ที่มากกว่าแค่ปรุงอาหาร

ใครจะนึกว่าเครื่องปรุงประจำครัวอย่าง น้ำส้มสายชู คุณสมบัติเพียบกว่าที่คิด นอกจากที่คุณแม่บ้านจะใช้ปรุงรสอาหาร ถนอมอาหารด้วยการใช้ดองผัก หรือวัตถุดิบต่างๆ “น้ำส้มสายชู” ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้สารพัดอย่าง ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ให้คุณได้นำไปใช้ตาม 

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูสำหรับเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ

1. ขจัดคราบน้ำมัน บนพื้น ผนัง และข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน โดยการใช้ผ้าชุบกับน้ำส้มสายชู แล้วเช็ดทำความสะอาดที่มีคราบน้ำมัน 

2. ขจัดคราบไหม้บนภาชนะ เช่น หม้อ กระทะ หรือภาชนะที่มีก้นลึก ขจัดคราบไหม้ด้วยการใส่น้ำส้มสายชูลงไปประมาณ 3 ถ้วยตวง หรือปริมาณตามความเหมาะสมกับขนาดของภาชนะ แล้วตามด้วยแกลบหรือทราย จากนั้นขัดคราบไหม้ออก 

3. ขจัดคราบสกปรกฝังแน่น เตาอบ เตาไมโครเวฟ ด้วยการผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่า แล้วใช้ผ้านุ่มๆชุบหมาดๆ ก่อนนำไปเช็ดทำความสะอาดคราบต่างๆ 

4. ขจัดคราบดำ ทำความสะอาดทองเหลือง ทองแดง  ให้ผสมน้ำส้มสายชูกับเกลือในอัตราส่วนเท่าๆกัน หรือกะใกล้เคียงกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบแล้วเช็ดทำความสะอาด เครื่องทองเหลือง ทองแดงก็จะกลับมาเงางามแวววาว 

5. ขจัดคราบสกปรกบนกระจก ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่า แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์จุ่ม นำไปเช็ดถูคราบสกปรก และทำความสะอาดกระจก คราบสกปรกจะเช็ดออกได้ง่ายดาย และเงาวับ ทั้งกระจกเงา หรือกระจกหน้าต่าง และกระจกบานประตู

6. ขจัดคราบสุขภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ราวมือจับ ราวแขวน ขจัดคราบฝังแน่นที่คอยกวนใจภายในห้องน้ำ ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำสบู่ แล้วใช้ผ้าชุบและเช็ดทำความสะอาด หรืออาจใช้แปรงขัดตามซอกที่ผ้าเข้าไม่ถึง 

7. ขจัดคราบแว่นตา กระจกเลนส์แว่นตามักจะมัวหรือเป็นคราบได้ง่าย สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการนำแว่นตาแช่ในน้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า สัก 1 – 2 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง 

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูดับกลิ่นต่างๆ  

เพราะน้ำส้มสายชูองค์ประกอบด้วยกรด และกลิ่นที่ฉุน จะช่วยดูดกลิ่นได้เป็นอย่างดี 

1. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ ฯลฯ กลิ่นอับ กลิ่นอาหาร กลิ่นของสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ใดๆ ที่คอยรบกวนใจ แก้ไขด้วยการเทน้ำส้มสายชูใส่ลงในภาชนะ แล้วนำไปวางตามมุมอับ หรือในจุดและบริเวณห้องที่มีกลิ่น 

2. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นท่อระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำภายในบ้าน ให้เทผงฟู 1 ถ้วย ลงไปในท่อ ตามด้วยน้ำส้มสายชูลงไปในท่ออีก 1 ถ้วย ปล่อยไว้สัก 1 นาที แล้วราดน้ำตามลงไป กลิ่นก็จะค่อยๆเบาบางและจางหายไป 

3. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นสี ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นสีทาบ้าน สีน้ำมัน หรือสีที่ใช้งานศิลปะ แลัวยังอบอวลกวนใจสมาชิกในบ้าน แก้ไขด้วยการเทน้ำส้มสายชูใส่ถ้วย แล้วนำไปวางไว้ให้ทั่วบริเวณที่มีกลิ่นสีรบกวน

4. น้ำส้มสายยชูดับกลิ่นคาวบนภาชนะต่างๆ โดยเฉพาะวัสดุที่เป็นพลาสติก มีกลิ่นคาวและคราบมันที่มักจะทำความสะอาดออกยาก ให้นำไปแช่กับน้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น แช่ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงล้างทำความสะอาดตามปกติ

5. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นถังขยะ ถังขยะที่ล้างเท่าไร ก็ยังคงมีกลิ่นขยะติดอยู่ไม่หายขาดสักที ให้นำน้ำส้มสายชูหรืออาจจะผสมกับน้ำเปล่าก่อน แล้วราดลงไปในถังขยะ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพัก จากนั้นค่อยล้างทำความสะอาด กลิ่นเหม็นขยะก็จะเบาบางลงและหายไปในที่สุด 

6. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นรถ หลายๆคนที่มักจะเจอกับปัญหากลิ่นอับในรถ และสารพัดกลิ่นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน รถจะมีกลิ่นอับมากเป็นพิเศษ แก้ไขด้วยการใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ ใส่ภาชนะ แล้ววางไว้ในรถ 1-2 ชั่วโมง กลิ่นก็จะค่อยๆจางหายไป 

7. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นฉี่ หากเป็นกรณีฉี่ของน้องแมวน้องหมา หรือสัตว์เลี้ยงแสนรัก ทาสทั้งหลายอาจปวดหัว กับการกำจัดเท่าไรๆ กลิ่นก็ไม่หายไปสักที ให้ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วน 1:1 แล้วใส่ในขวดสเปรย์ นำไปฉีดพรมให้ทั่วบริเวณที่น้องทำเลอะ จากนั้นใช้แปรงขัด แล้วซับให้แห้ง และอาจฉีดพรมเพื่อดับกลิ่นรอบๆให้ทั่วห้องซ้ำอีกที 

8. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นอับเครื่องซักผ้า ซักผ้าแต่ก็ยังมีกลิ่นอับชื้นติดผ้า ลองใช้น้ำส้มสายชูล้างเครื่องซักผ้า โดยใส่น้ำส้มสายชูที่ผสมกับน้ำเปล่าในส่วนที่เท่าๆกัน ตามด้วยผงซักฟอก แล้วเปิดให้เครื่องทำงาน เหมือนกับการซักผ้าตามปกติ 1 รอบ โดยตั้งเวลาประมาณ 15-30 นาที เครื่องซักผ้าบางรุ่นจะมีระบบทำความสะอาดเครื่อง ก็กดปุ่มให้เครื่องทำงานตามระบบ กลิ่นอับก็จะหายไป 

9. น้ำส้มสายชูดับกลิ่นตัวติดผ้า หลายๆคนที่เจอปัญหาผ้ามีกลิ่นตัวฝังแน่นในใยผ้า แม้จะซักแล้ว กลิ่นตรงซอกรักแร้ก็ยังมีกลิ่นอยู่จางๆ แก้ด้วยการนำผ้าแช่ในน้ำส้มสายชูที่ผสมน้ำร้อนไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นซักด้วยผงซักฟอกตามปกติ 

ประโยชน์น้ำส้มสายชูกับความงาม 

ไม่ใช่แค่เมคอัพ แว่นตา หรือการยิ้มจะทำให้คนเราดูดีขึ้น แต่น้ำส้มสายชูก็สามารถทำได้เหมือนกันนะ

1. น้ำส้มสายชูสระผม นอกจากจะช่วยให้ผมเงางามแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาผมแห้งเสีย ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำส้มสายชูหมักผม นวดหนังศีรษะเล็กน้อย แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที แล้วจึงสระผม ลดปัญหาผมแตกปลาย ผมมีน้ำหนักและนุ่มลื่นขึ้น 

2. น้ำส้มสายชูขจัดรังแคและทำความสะอาดหนังศีรษะ ด้วยการหมักน้ำส้มสายชูที่ผสมกับน้ำอุ่นอย่างละ ½ ถ้วย ไว้ประมาณ 20 – 30 นาที ช่วยขจัดรังแค และช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะอีกด้วย 

3. น้ำส้มสายชูลดจุดด่างดํา ริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า วิธีลดฝ้าริ้ววรอยด้วยน้ำส้มสายชูคือ ล้างหน้าให้ด้วยน้ำสะอาดก่อน 1 รอบ จากนั้นนำน้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น ปริมาณ 1:3 แล้วใช้สำลีชุบส่วนผสมนั้นมาเช็ดใบหน้าให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยต่างๆ เมื่อเช็ดจนทั่วแล้ว ให้ใช้นิ้วมือนวดประมาณ 2 – 3 นาที หากทำเป็นประจำ ริ้วรอย จุดด่างดำต่างๆ ก็จะค่อยๆ เลือนและลดลง นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูยังช่วยให้ผิวหน้ามีความนุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย 

You may also like

Blog Business Lifestyle Politics

วิธีเช็คเบอร์โทรศัพท์ มิจฉาชีพโทรหาเรา หรือใครโทรมากันแน่ 

post-image

ฮัลโหลวว! นั่นใครโทรมา มิจฉาชีพหรือเปล่าคะ? แต่คงไม่มีมิจฉาชีพคนไหนยอมรับแน่นอน แล้วเราจะมีวิธีไหนเช็คเบอร์ใครโทรมา หรือส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ที่ถ้าเผลอไปกด โดนดูดเงินสูญหมดบัญชี เราจึงต้องมีวิธีป้องกันโดนมิจฉาชีพหลอก ยิ่งช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาด แถมตำรวจก็ยังทำอะไรไม่ได้ เป็นปัญหาสังคมและมีผู้เสียหายไปแล้วนับไม่ถ้วน เมื่อเราพึ่งใครไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตนเองก่อนในเบื้องต้น ด้วยวิธีต่อไปนี้ค่ะ 

Google 

เมื่อมีเบอร์แปลก ๆ โทรมาหา ไม่ว่าจะก่อนรับสายหรือหลังสายไปแล้ว แต่อยากรู้ว่าใช่เป็นเบอร์มิจฉาชีพหลอกโทรหาเราหรือไม่ ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหากับเว็บไซต์กูเกิล หากเป็นหมายเลของมิจฉาชีพที่มีประวัติหลอกลวง เราจะพบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้โพสเตือนภัยผ่านบนเว็บไซต์ 

Facebook 

เฟซบุคเป็นอีกช่องทางที่สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลก ๆ ที่ได้โทรหาเราไปใส่ช่องค้นหา (search) หากเป็นเบอร์ที่เคยมีประวัติหลอกลวง เราจะสามารถพบตามกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มขายของ กลุ่มเตือนภัย ฯลฯ มีผู้เสียหายได้โพสข้อความเตือนภัย พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์  

Line 

อีกช่องทางโซเชียลมีเดียที่ใช้สืบหาเบอร์มิจฉาชีพได้เช่นกัน โดยการนำเบอร์แปลกที่โทรหาเราไปใส่ในช่องเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะสามารถค้นหาเจอได้เฉพาะที่หมายเลขลงทะเบียนไลน์เท่านั้น หากแอดด้วยเบอร์โทรฯ แล้ว ไม่พบเจอเป็นผู้ใช้แอปไลน์ปกติทั่วไป ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ 

Whoscall 

Whoscall คือ แอปพลิเคชัน ที่รวบรวมฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ไว้เป็นพันล้านเบอร์ โดยมีผู้โหลดใช้แอป whoscall แล้วมากกว่า 70 ล้านครั้ง โดยแอปฯ นี้ จะมีการระบุหมายเลขโทรศัทพ์ของหน่วยงานต่าง ๆ เบอร์ขายสินเชื่อ เบอร์ขายประกัน รวมไปถึงเบอร์มิจฉาชีพ เมื่อไรที่เบอร์เหล่านี้โทรมา แอปฯ จะดึงข้อมูลมาแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือของเราทันที ทำให้เราสามารถเลือกที่จะรับสายหรือไม่ก็ได้  หรือทำการบล็อกเบอร์นั้นไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น whoscall มีฟังก์ชันให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นใคร เช่น เบอร์ขนส่ง เบอร์มิจฉาชีพ เป็นต้น ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปฯ Whoscall…

Read More
Lifestyle Travel

ชี้พิกัด 7 บ้านกระจกสวย ที่น่าไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

post-image

วันหยุดยาวทั้งทีหาที่เที่ยวฮีลใจกันดีกว่า มัดรวมพิกัด ที่เที่ยว บ้านกระจกใส วิวสวย นอนมองฟิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรมากั้นระหว่างเรา ให้ฟีลเหมือนเที่ยวต่างประเทศ มีที่ไหนบ้างไปดูกัน แล้วจัดกระเป๋ากันเล๊ยยย! 

Kissing Stars Glamping  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

kissing stars glamping บ้านแม่ลาย เชียงใหม่


เริ่มจากภาคเหนือของไทยกันก่อนเลย บ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมบนเนินเขา ติดกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนธรรมชาติโอบอุ้ม ด้านในกว้างขวาง นอนแช่อ่างดูดาวดาวเพลิน ๆ ยิ่งถ้าไปช่วงหน้าหนาว บรรยากาศดีได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้นเลย หรือไปช่วงหน้าฝน ก็ให้ความโรแมนติกไปอีกแบบ 

2. Morning Star Glamping เฟส 1 (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 1


บ้านกระจกใสกลางป่า ที่มาแล้วจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ฟินแลนด์ สไตล์การตกแต่งแบบอบอุ่น เน้นความเรียบง่าย เสมือนเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่จริง มีลำธารหน้าบ้าน หรือจะเลือกนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างชมวิวเพลิน ๆ ก็ฟีลดีทั้งคู่ มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องกังวลแม้จะมาในช่วงที่แดดเปรี้ยง 

3. Morning Star Glamping เฟส 2  (บ้านแม่ลาย จ.เชียงใหม่) 

morning star phase 2


ต่อด้วย พูลวิลล่า ริมลำธาร เฟส 2 บ้านกระจกใสทรงเอที่ให้ฟีลเมืองนอกสุด ๆ มีห้องนอนและน้องนั่งเล่นแยกกันภายในบ้านมีห้องน้ำ 2 ห้อง สามารถเข้าพักได้ 2-4 คน มีทั้งอ่างในห้องและสระน้ำอุ่น outdoor แช่น้ำอุ่น ดูดาว รับลมหนาวริมลำธาร ถ้าจะบรรยากาศดีขนาดนี้ ต้องไปให้ได้สักครั้งแล้วล่ะ 

4. หลงเขาแคมป์ ภูทับเบิก (ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์) 

Business

ปัญหาระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมบอกแนวทางแก้ไข

post-image

อีกปัญหาหนึ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมมักจะพบกันบ่อยคือ ระบบไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระโชก รวมไปถึงสัญญาณรบกวน ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงาน ที่มักมีความไวต่อความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก ซึ่งความรุนแรงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กระทบเพียงเล็กน้อยโดยไม่ส่งผลใด ๆ จนถึงสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบธุรกิจ และ การชำรุดเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในโรงงาน หรืออาจรุนแรงจนก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการติดตั้ง Surge Protection หรือ ระบบกันไฟกระชาก โดยสามารถเรียกได้หลายชื่อ Surge Protection Device (SPD),Surge Suppression Equipment (SSE) หรือ Transient Votage Surge Suppressor (TVSS)

ไฟตก (Voltage dip) 

ไฟตก คือ การที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากไฟฟ้ามีอาการติด ๆ ดับ ๆ โดยสาเหตุไฟตกเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น 

  • มีการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์หมุนรอบสูง 
  • สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก มีพายุ 
  • กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน 
  • ตัวนำไฟฟ้าภายในโรงงานมีปัญหา เข่น ชำรุด หรือ ไฟช็อต 

ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายส่งของการไฟฟ้าลดต่ำลง ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงักในการทำงาน และอาจเกิดความเสียหายได้ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะ มอเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า 

วิธีการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าตก: ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟตก Voltage Protection หรือ ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดัน Automatic Voltage Stabilizer เพื่อช่วยในการคอยปรับแรงดันไฟฟ้าให้มีความสม่ำเสมอ ป้องกันความเสียหายเครื่องไฟฟ้าภายในโรงงาน โดยข้อดีของการใช้เครื่องสเตบิไบเซอร์ คือหมดปัญหาเรื่องไฟตก และยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าเปิด –  ปิด เครื่อง 

ไฟดับ (power outage) 

ไฟดับ คือ การที่กระแสไฟฟ้าหยุดไหล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะจุดหรืออาจเกิดเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจรในสายส่งกระแสไฟการไฟฟ้าฯ หรือเกิดปัญหากับสายส่งการไฟฟ้าฯ…

Read More
Health Politics

เมื่อรัฐบาลอาจต่อโควตานำเข้าขยะเศษพลาสติก ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างไร?

post-image

การนำเข้าขยะรีไซเคิลของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนไทยอย่างไร และจะมีกลุ่มคนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง? 

(more…)
Read More
Blog Lifestyle Travel

ตกเครื่อง ทำไงดี เรามีวิธีมาบอก

post-image

สายชีพจรลงเท้าคนไหนเคยมีประสบการณ์ “ตกเครื่อง” บ้าง? แล้วทำอย่างไรในการแก้ไขสถานการณ์กันบ้างคะ 

(more…)
Read More
Business Lifestyle

เมื่อ เมกะทรอน ในโลกภาพยนต์ สู่ เมกะเทรนด์ ในโลกความเป็นจริง

post-image

หุ่นยนต์ขายกาแฟ หรือ ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ที่สร้างปรากฏการณ์ในกลุ่มคนเมือง จนต้องเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอใช้บริการนวัตกรรมใหม่ ที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์อัตโนมัติ ตู้เก็บค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว สามารถทำงานได้ดีไม่ต่างไปจากการทำงานของพนักงานที่เป็นมนุษย์ หรือแม้แต่การกำจัดขยะที่เป็นตัวช่วยทุ่นแรงงานคนไปได้อย่างมากและสามารถทำได้เองที่บ้าน

ระบบอัตโนมัติ ที่มีการทำงานของระบบจาก AI กำลังจะมีอิทธิพลในหลายๆด้านของโลกเข้าไปทุกที แต่ถึงแม้ว่าการนำ AI มาใช้งาน จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นและจะมีผลอย่างไรต่อโลกของเราในอนาคต หากผู้บริโภคยอมรับและมีการตอบสนองในการใช้งานระบบหุ่นยนต์มากกว่าระบบแมนนวลอย่างแรงงานคน? 

เมื่อกระแสอัตโนมัติหรือระบบกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล มีแนวโน้มที่กำลังจะครองอิทธิพลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สังคมอย่างการสื่อสารทางโลกออนไลน์ หรือทางการแพทย์ และด้านสุขภาพ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงระหว่างคนสู่คนในช่วงสถานการณ์โรคระบาด จึงปฏิเสธได้ยากว่า ระบบอัตโนมัติ จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้    

สัญญาณที่กำลังจะบ่งบอกว่า Mega Trends จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงปี 2022 – 2025 โดยเทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ ที่อาจมีโอกาสได้เห็นภายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่น่าเกิน ปี 2025 ที่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ เพื่อความพร้อมในการรับมือ สำหรับพลิกโอกาสให้เป็นผู้นำเทรนด์ทางการตลาด ไม่ถูกสลัดตกหลังม้า หรือปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน เทคโนโลยีเมกะเทรนด์สุดล้ำที่น่าจับตามอง และไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสาร ได้แก่

1.Automation

ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation คือ ระบบควบคุมที่สามารถทำงานได้เอง โดยผ่านการวางโปรแกรมไว้ เพื่อช่วยในการสั่งงาน รับงาน กำหนดงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากกล่าวง่ายๆก็คือ การนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนนั่นเอง 

Oxford, McKinsey รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 อาจเป็นยุคของเทรนด์ AI (Artificial Intelligence) ที่ผสมผสานกับการทำงานของมนุษย์ เรียกว่า “hybrid AI” และมีแนวโน้มว่าในบางสายงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบ AI ทั้งหมด อาจทำให้สายงานบางอาชีพ และงานกว่าหลายล้านตำแหน่งหายไปภายในปี 2030 แต่ก็อาจมีอาชีพใหม่ๆสำหรับมนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน 

Business Lifestyle

เลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ในเฟซบุ๊กแบบไหนดี 

post-image

เมื่อเฟซบุ๊กให้มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮกบัญชีของผู้ใช้งานตัวจริง โดยทางแอป Facebook เอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเปิดใช้งาน Facebook Protect มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2021 และหากไม่มีการเปิดใช้งานดังกล่าว บัญชีอาจถูกล็อคและเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งหลักใจสำคัญของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นี้ มีให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่า ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูว่าการยืนยัน 2 ชั้น บนเฟสบุคมีแบบไหนบ้าง เรามาทำความเข้าใจเรื่องของการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) คืออะไร กันก่อน

การยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ 2FA ย่อมาจาก two-factor authentication คือ ระบบที่ช่วยป้องกันการถูกแฮกบัญชี ด้วยการยืนยันตัวตนถึงการเป็นผู้ใช้บัญชีตัวจริง ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน 2 ปัจจัย โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจะเป็นการกรอกรหัส เมื่อผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง จะต้องใส่รหัสหรือกรอกข้อมูลตอบคำถามให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบและสามารถใช้งานบัญชีได้ โดยปัจจัยการเข้ารหัสชั้นที่สองนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

1.สิ่งที่คุณรู้ (Something you know) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เท่านั้นที่รู้ เช่น usename – password , Pincode  รูปแบบ Pattern บนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมไปถึงรหัสคำตอบจากคำถามลับ

2.สิ่งที่คุณมี (Something you have) สิ่งที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ การได้รับ OTP 

3.สิ่งที่คุณเป็น (Something you are) ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บัญชี เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 

หากมีการตั้ง 2FA และเมื่อโทรศัพท์เราหาย หรือถูกขโมย และอาจมีคนเห็นเราใช้รหัสและจดจำเพื่อจะใช้เครื่องเมื่อเราเผลอ แต่แฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถเข้าใช้บัญชีของเราได้ เพราะคนอื่นจะไม่มีรหัสชั้นที่ 2 และเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะสามารถทำการเข้าถึงบัญชีของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

การยืนยันตัวตนแบบ…

Read More
Lifestyle Business Health

ทริคประหยัดค่าไฟ ทำได้ง่าย เซฟมันนี่ได้ชัวร์ 

post-image

เพราะเราเป็นคนมีค่า … ค่าห้อง ค่ากิน ค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เราทุกคนล้วนเป็นคนมีค่า แล้วแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งเมืองไทยมีความร้อนเป็นทุน และมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นทุกปี จนต้องเปิดแอร์กันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟก็ทะลุเพดานอย่างไม่ปราณีกันเลย เรามีทริคประหยัดค่าไฟแบบง่ายๆ ที่ทำตามแล้ว ค่าไฟลดลง ช่วยเซฟมันนี่ เซฟโลกได้ด้วยนะ 

1. จัดห้องให้โปร่งโล่ง แต่งห้องให้สว่างเข้าไว้ 

เพราะห้องที่ข้าวของไม่รก ของไม่มากจนเกินไป จะทำให้อากาศ มีการหมุนเวียนได้มากขึ้น ห้องก็จะไม่ร้อนเกินไป แอร์ทำงานน้อยลง อาจลองแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ไม่เลวเลยนะ และการแต่งบ้านด้วยสีโทนสว่าง ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน 

2. ทำความสะอาดหลอดไฟ 

การทำความสะอาดหลอดไฟ จะช่วยให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน การที่มีฝุ่นเกาะหลอดไฟ และไปปิดตรงที่ระบายความร้อน จะยิ่งให้หลอดไฟทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ทำงานหนักขึ้นด้วย 

3. ทำความสะอาดตู้เย็นเสมอ 

กำจัดของหมดอายุออกจากตู้เย็น อย่าปล่อยให้ตู้เย็นรก อาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ควรใส่ตู้เย็น ก็ไม่ควรใส่เข้าไป แบบกินไม่หมดก็ยัดเข้าตู้เย็นไว้ก่อน เพราะมันจะทำใ้หตู้เย็นรก กระจายความเย็นได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำงานหนักขึ้น 

4. ซักผ้าและรีดผ้าครั้งละจำนวนมาก 

กรณีที่ใช้เครื่องซักผ้า ควรรวบรวมซักเครื่องต่อครั้งให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการรีดผ้า เพราะการเสียบปลั๊กใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะค่อนข้างกินไฟ จึงแนะนำว่า ซักสัปดาห์ละครั้งละ 1-2 ครั้ง และควรรีดผ้าในจำนวนเยอะ ๆ / ครั้ง